หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน ถอดรหัสลับเซลล์มนุษย์ สู่การเอาชนะความชราด้วยวิทยาศาสตร์


หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน นำเสนอเรื่องราวความลับของร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีความมหัศจรรย์ยิ่งกว่านิยายวิทยาศาสตร์เรื่องไหนๆ จากจุดเริ่มต้นเพียงเซลล์เดียวที่แบ่งตัวทวีคูณ สู่โครงสร้างชีวิตอันซับซ้อนที่ประกอบด้วยเซลล์หลายสิบล้านล้านเซลล์ซึ่งมีอายุขัยต่างกันโดยสิ้นเชิง

การได้เข้าใจกลไกการถดถอย และสร้างใหม่ของเซลล์ ตลอดจนสวิตช์ทางพันธุกรรม ทำให้เรามองเห็นความจริงที่ว่า ความชราไม่ใช่โชคชะตาที่เราทำได้เพียงเฝ้ามอง แต่เป็นระบบชีวภาพที่เราเรียนรู้และรับมืออย่างเท่าทันได้


  • ข้อมูล หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน (ฉบับปรับปรุง) คู่มือถอดรหัสชะลอวัยระดับเซลล์


  • ความลับระดับเซลล์ และกุญแจสู่การชะลอวัยของมนุษย์

    ความจริงเกี่ยวกับร่างกายของพวกเรานั้นมีความน่าทึ่งและซับซ้อนยิ่งกว่านิยายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวของเซลล์หลายสิบล้านล้านเซลล์ที่รวมกันเป็นตัวเรา

    ทุกคนเริ่มต้นขึ้นจากเซลล์ปฏิสนธิเพียงเซลล์เดียว แล้วเริ่มกระบวนการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลเรื่อยมา จนกลายเป็นโครงสร้างร่างกายขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วยเซลล์มากถึง 30 ถึง 40 ล้านล้านเซลล์

    แต่เรื่องน่าประหลาดใจก็คือ เซลล์แต่ละชนิดในตัวเราไม่ได้มีอายุขัยเท่ากันเลยแม้แต่น้อย



    ความเหลื่อมล้ำของอายุเซลล์ในร่างกายเดียว

    ในสมองส่วนซีรีบรัลคอร์เทกซ์ (Cerebral Cortex) มีเซลล์ประสาทที่ถูกสร้างขึ้นและพัฒนามาตั้งแต่ช่วงที่เรายังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์มารดา หมายความว่าในทางชีววิทยา เซลล์สมองเหล่านี้เกิดมาก่อนวันที่เราจะลืมตาดูโลกเสียอีก

    เมื่อร่างกายเติบโตเต็มที่ เซลล์ประสาทเหล่านี้จะหยุดกระบวนการแบ่งตัวเกือบทั้งหมด ทำหน้าที่ส่งสัญญาณประสาท บันทึกความทรงจำ และอยู่ร่วมกับเราไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

    หากเซลล์ส่วนนี้เสียหาย ร่างกายจะแทบไม่สามารถสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนได้เลย จึงถือเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่มีอายุมากที่สุดและอยู่กับเราตลอดชีวิต



    ในทางกลับกัน ร่างกายก็มีกลุ่มเซลล์สายลุยที่ต้องรับแรงปะทะกับสิ่งแวดล้อมภายนอกอยู่ตลอดเวลา

    เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดหรือชั้นกำพร้า มีอายุขัยเฉลี่ยเพียงประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์เท่านั้น เมื่อหมดอายุขัยก็จะหลุดลอกกลายเป็นขี้ไคล เปิดทางให้เซลล์ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างดันขึ้นมาแทนที่ 

    ขณะที่เซลล์เยื่อบุผนังลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ซึ่งต้องสัมผัสกับอาหารและกรดในกระเพาะอาหารทุกวัน กลับมีอายุสั้นมากเพียงแค่ 2 ถึง 5 วันเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สารพิษหรือเชื้อโรคเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือด



    ส่วนเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงก๊าซออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย มีวงจรชีวิตอยู่ที่ประมาณ 120 วัน ในขั้นตอนการเจริญเติบโต เซลล์เม็ดเลือดแดงจะสลัดนิวเคลียสและออร์แกเนลล์ภายในทิ้งไปจนหมด เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรจุฮีโมโกลบินให้ได้มากที่สุด

    การไม่มีนิวเคลียสทำให้มันซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ เมื่อครบกำหนด ม้ามและตับจะทำหน้าที่ดักจับและนำชิ้นส่วนไปรีไซเคิล โดยมีไขกระดูกคอยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงชุดใหม่เข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดนับล้านเซลล์ในทุกๆ วินาที



    ปริศนาเรือแห่งธีซีอุสทางชีววิทยา

    การที่เซลล์ในร่างกายถูกสลายและสร้างใหม่ตลอดเวลา นำไปสู่แนวคิดทางชีววิทยาที่เรียกว่า ปริศนาเรือแห่งธีซีอุสทางชีววิทยา (Biological Ship of Theseus) เปรียบเหมือนเรือไม้ที่ถูกเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ทีละแผ่นเรื่อยๆ จนไม่เหลือชิ้นส่วนเดิม

    แต่เรือลำนั้นก็ยังคงสภาพเป็นเรือลำเดิม ร่างกายของพวกเราก็เช่นกัน ตลอดช่วงเวลาทุกๆ 7 ถึง 10 ปี เซลล์ส่วนใหญ่ในร่างกายจะถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่ทดแทนเกือบทั้งหมด แต่ความทรงจำ บุคลิกภาพ และตัวตนของเรากลับไม่เคยสูญหายไปไหน

    สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะความเป็นตัวตนไม่ได้ผูกติดอยู่กับตัวเซลล์หรืออะตอมแต่ละชิ้น แต่ประดิษฐานอยู่ในรูปแบบการเชื่อมโยง (Pattern) ของโครงข่ายประสาทในสมอง



    ตราบใดที่จุดประสานประสาท (Synapse) ยังคงรักษารูปแบบการเชื่อมต่อเอาไว้ได้อย่างถูกต้อง ถึงแม้โมเลกุลภายในเซลล์จะถูกเปลี่ยนใหม่ไปนับครั้งไม่ถ้วน ตัวตนและความทรงจำของเราก็ยังคงถูกบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์

    กระบวนการหมุนเวียนชิ้นส่วนนี้ ขับเคลื่อนด้วยกลไกสำคัญสองประการ คือ

    อพอปโทซิส (Apoptosis) หรือกระบวนการทำลายตัวเองอย่างเป็นระบบของเซลล์ที่หมดอายุ และ ออโตฟาจี (Autophagy) ซึ่งเป็นกระบวนการย่อยสลายชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพภายในเซลล์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

    การรักษาสมดุลของสองกลไกนี้ช่วยปกป้องร่างกายจากการเกิดเซลล์ผิดปกติซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายอย่างมะเร็ง



    ปัจจัยที่ทำให้ร่างกายแก่ตัวลง

    แม้ร่างกายจะสามารถผลิตเซลล์ใหม่ขึ้นมาได้ตลอดเวลา แต่เหตุใดมนุษย์จึงยังคงแก่ตัวลง คำตอบซ่อนอยู่ในโครงสร้างสายพันธุกรรมที่มีชื่อว่า เทโลเมียร์ (Telomere) ซึ่งเป็นส่วนปลายของโครโมโซม เปรียบเสมือนพลาสติกหุ้มปลายเชือกรองเท้า

    ทุกครั้งที่เซลล์ต้นกำเนิดแบ่งตัว สายเทโลเมียร์จะค่อยๆ หดสั้นลงทีละน้อยจนถึงขีดจำกัดไฮฟลิก (Hayflick Limit) ส่งผลให้เซลล์หยุดการแบ่งตัวและเข้าสู่ภาวะชราภาพ ทำให้เซลล์ใหม่ที่สร้างขึ้นในวัยชรามีประสิทธิภาพและคุณภาพลดลงเมื่อเทียบกับวัยเยาว์

    ความอัศจรรย์ทั้งหมดนี้ถูกกำกับโดยคู่มือชีวิตอย่าง DNA ที่ขดแน่นอยู่ในนิวเคลียสของทุกเซลล์ หากนำรหัสพันธุกรรม หรือสาย DNA ในทุกๆ เซลล์ของคนๆ เดียวมาสอยต่อกันเป็นเส้นตรง จะมีความยาวรวมมหาศาลมากกว่า 100,000 ล้านกิโลเมตร



    ซึ่งยาวพอที่จะเดินทางจากโลกไปกลับดวงอาทิตย์ได้มากกว่า 300 รอบ โดยสาย DNA ความยาวถึง 2 เมตรในแต่ละเซลล์ถูกพับขดเก็บไว้ในพื้นที่นิวเคลียสขนาดเล็กได้ด้วยการพันรอบโปรตีนฮิสโตน (Histone) อย่างเป็นระเบียบ

    นอกจากนี้ แม้ทุกเซลล์จะมีสาย DNA รหัสเดียวกันทั้งหมด แต่ระบบอภิพันธุศาสตร์ (Epigenetics) จะทำหน้าที่เหมือนสวิตช์เปิดปิดการทำงานของยีนแต่ละตำแหน่ง ทำให้เซลล์ผิวหนังรู้ว่าต้องทำหน้าที่เป็นผิวหนัง

    และเซลล์ตับรู้ว่าต้องทำหน้าที่เป็นตับ ทำงานร่วมกับแบคทีเรียและจุลินทรีย์นับสิบล้านล้านตัวในระบบทางเดินอาหารหรือ ไมโครไบโอม (Microbiome) ที่ช่วยย่อยอาหาร ผลิตวิตามิน และดูแลระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย



    เปิดโลกวิทยาศาสตร์ชะลอวัยผ่านหนังสือ "Lifespan แก่ช้า อายุยืน (ฉบับปรับปรุง)"

    เมื่อเข้าใจแล้วว่าความชราไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของโชคชะตา แต่เป็นผลลัพธ์จากกลไกทางชีววิทยาและอภิพันธุศาสตร์ที่สามารถจัดการได้ การศึกษาความรู้ด้านเวชศาสตร์การชะลอวัยจึงกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างยิ่ง

    หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน (ฉบับปรับปรุง) ผลงานเขียนโดย ดร.เดวิด เอ. ซินแคลร์ (Dr. David A. Sinclair) ศาสตราจารย์ด้านพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ร่วมกับ แมทธิว ดี. ลาพลาน (Matthew D. LaPlante) ถือเป็นผลงานเขียนระดับขึ้นหิ้งที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านการยืดอายุขัยไว้อย่างเข้มข้น

    หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Sophia ความยาว 412 หน้า อัดแน่นไปด้วยข้อมูลงานวิจัยที่ได้รับการอัปเดตให้ทันสมัย โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วนหลักที่ร้อยเรียงกันอย่างเป็นระบบ

    Part 1
    ทำความเข้าใจสาเหตุความแก่ชรา: เจาะลึกถึงต้นตอความเสื่อมของร่างกายในระดับพันธุกรรม ชี้ให้เห็นว่าความชราคือสภาวะที่สามารถรับมือและแก้ไขได้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับไปตามยถากรรม

    Part 2
    วิทยาการและแนวทางการปฏิบัติตนในปัจจุบัน: นำเสนอวิธีดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อกระตุ้นยีนชะลอวัย เช่น การจำกัดแคลอรี การออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ และการกระตุ้นกระบวนการออโตฟาจี

    Part 3
    เทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อการมีอายุยืนยาว: ฉายภาพนวัตกรรมทางการแพทย์ เวชศาสตร์แม่นยำ และเทคโนโลยีชีวภาพที่จะช่วยให้มนุษย์มีอายุขัยที่ยาวนานขึ้นพร้อมสุขภาพที่สมบูรณ์

    จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือการถ่ายทอดเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย มีลำดับการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม และให้แนวทางที่นำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพได้จริง 

    เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการรักษาสุขภาพเชิงป้องกัน ต้องการยืดช่วงเวลาของการมีสุขภาพดี (Healthspan) ให้ยาวนานเท่ากับอายุขัย (Lifespan) เพื่อให้ชีวิตในทุกช่วงวัยเต็มไปด้วยความแข็งแรงและมีพลังงานอย่างยั่งยืน



    การปล่อยให้ร่างกายแก่ไปตามยถากรรมโดยไม่เคยรู้เลยว่าเซลล์ข้างในทำงานอย่างไร อาจทำให้เสียโอกาสในการมีชีวิตที่แข็งแรงยาวนานไปอย่างน่าเสียดาย ยิ่งในยุคที่วิทยาศาสตร์ชะลอวัยไปไกลมาก การมองข้ามความรู้ใน หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน ส่งผลเสียต่อการวางแผนชีวิตในระยะยาวอย่างที่คุณคาดไม่ถึง

    📌 เสียโอกาสปรับพฤติกรรมกระตุ้นยีนชะลอวัย
    หลายคนพยายามดูแลสุขภาพด้วยวิธีเดิมๆ แต่ไม่รู้กลไกเชิงลึกอย่างการอดอาหารเป็นช่วงเพื่อเปิดสวิตช์ยีนศิรทูอิน (Sirtuins) หรือกระบวนการย่อยสลายเซลล์เก่า (Autophagy) ทำให้พลาดเทคนิคธรรมชาติที่ช่วยรีเซ็ตร่างกายในระดับเซลล์

    📌 ติดดักความคิดเดิมว่าความชราคือเรื่องที่ต้องจำใจยอมรับ
    หากไม่ได้อ่านงานวิจัยของ ดร.เดวิด ซินแคลร์ เราอาจยังเชื่อว่าความแก่เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วความชราเป็นเพียงสภาวะเสื่อมทางชีววิทยาที่เราซ่อมแซมและชะลอความเสียหายได้ หากรู้เท่าทันสวิตช์อภิพันธุศาสตร์ (Epigenetics)

    📌 เสี่ยงต่อการมีอายุยืนแบบสุขภาพทรุดโทรม
    เป้าหมายที่แท้จริงต้องได้ทั้งอายุขัยที่ยาวนาน (Lifespan) และช่วงชีวิตที่ร่างกายยังแข็งแรงแจ่มใส (Healthspan) การข้ามเล่มนี้ไปทำให้ขาดพิมพ์เขียวในการป้องกันโรคร้ายเรื้อรังล่วงหน้า

    📌 ตามไม่ทันวิทยาการและเทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคต
    โลกการแพทย์ก้าวหน้าไปถึงขั้นตัดแต่งพันธุกรรมและเวชศาสตร์แม่นยำ การไม่รู้เท่าทันนวัตกรรมเหล่านี้ทำให้เสียโอกาสในการวางแผนการดูแลตัวเองและครอบครัวในอนาคต

    📌 สิ้นเปลืองเงินและเวลาไปกับการดูแลตัวเองแบบลองผิดลองถูก
    การหมดเงินไปกับกระแสสุขภาพที่ไม่แน่ใจว่าได้ผลจริงไหม เกิดจากการขาดฐานความรู้ทางชีววิทยาที่ถูกต้อง ทำให้เราแยกแยะไม่ได้ว่าแนวทางไหนส่งผลดีต่อระดับเซลล์จริงๆ

    เนื้อหาทั้งหมดอ้างอิงจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตำราชีววิทยาโมเลกุล และบันทึกทางประวัติศาสตร์การแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยแบ่งตามหัวข้อหลักได้ดังนี้

    1. อายุและการผลัดเซลล์ในร่างกาย (Cell Turnover & Carbon-14 Dating)

    Spalding, K. L., et al. (2005 / 2008 / 2013)
    งานวิจัยจากสถาบันคาร์โรลินสกา (Karolinska Institutet) ประเทศสวีเดน นำโดย Prof. Jonas Frisén ที่ใช้วิธีวัดปริมาณคาร์บอน-14 (Carbon-14 dating) จากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในยุคสงครามเย็น เพื่อระบุอายุของเซลล์มนุษย์ในแต่ละอวัยวะ ยืนยันว่าเซลล์สมองส่วนใหญ่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ช่วงตัวอ่อนในครรภ์และไม่เปลี่ยนใหม่ ขณะที่เซลล์ลำไส้และผิวหนังมีการผลัดตัวเร็วมาก

    Alberts, B., et al. - Molecular Biology of the Cell
    ตำรามาตรฐานชีววิทยาโมเลกุลระดับอุดมศึกษา รวบรวมระยะเวลาอายุขัยของเซลล์แต่ละชนิด เช่น เซลล์เยื่อบุลำไส้ (2–5 วัน), เซลล์ผิวหนังชั้นนอก (2–4 สัปดาห์) และเซลล์เม็ดเลือดแดง (~120 วัน)

    2. จำนวนเซลล์รวมในร่างกายมนุษย์ (~30–40 ล้านล้านเซลล์)

    Bianconi, E., et al. (2013): งานวิจัย "An estimation of the number of cells in the human body" ตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Human Biology ทำการประเมินและคำนวณจำนวนเซลล์ทั้งหมดในร่างกายมนุษย์เพศชายมาตรฐาน พบว่ามีประมาณ 3.72 × 10¹³ เซลล์ (ประมาณ 37 ล้านล้านเซลล์)

    3. การขดแน่นของ DNA และโครงสร้างยีน

    National Human Genome Research Institute (NHGRI)
    สถาบันวิจัยจีโนมมนุษย์แห่งชาติสหรัฐฯ ให้ข้อมูลความยาวสาย DNA ประมาณ 2 เมตรต่อหนึ่งเซลล์ การขดพันรอบโปรตีนฮิสโตน (Histone) และคำนวณความยาวรวมของ DNA ทั้งร่างกายเมื่อนำมาสอยต่อกัน

    Human Microbiome Project (NIH)
    โครงการวิจัยระบบนิเวศจุลินทรีย์ในร่างกายมนุษย์ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ยืนยันจำนวนแบคทีเรียและจุลินทรีย์ที่อาศัยในร่างกายมนุษย์ที่มีนับสิบล้านล้านตัว

    4. กลไกการทำลายตัวเอง ชะลอวัย และขีดจำกัดเซลล์

    Hayflick, L., & Moorhead, P. S. (1961): งานวิจัยการค้นพบ "ขีดจำกัดไฮฟลิก" (Hayflick Limit) ซึ่งอธิบายภาวะชราภาพของเซลล์และการหยุดแบ่งตัวเมื่อถึงระยะที่กำหนด

    Blackburn, E. H., Greider, C. W., & Szostak, J. W. (2009): งานวิจัยรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ เรื่องกลไกการปกป้องโครโมโซมด้วยเทโลเมียร์ (Telomeres) และเอนไซม์เทโลเมอเรส

    Yoshinori Ohsumi (2016): งานวิจัยรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ จากการค้นพบกลไก "ออโตฟาจี" (Autophagy) หรือกระบวนการรีไซเคิลชิ้นส่วนตัวเองของเซลล์

    Kerr, J. F., Wyllie, A. H., & Currie, A. R. (1972): งานวิจัยคลาสสิกที่ค้นพบและคำนวณกระบวนการ "อพอปโทซิส" (Apoptosis) หรือการตายของเซลล์อย่างเป็นระบบ

    5. แนวคิดทางปรัชญาเรือแห่งธีซีอุส (Ship of Theseus)

    Plutarch - Life of Theseus: บันทึกปรัชญากรีกโบราณของพลูตาร์ค ที่นักชีววิทยานำมาเปรียบเทียบกับกระบวนการเปลี่ยนถ่ายเซลล์ในร่างกายมนุษย์ว่าตัวตนยังคงเดิมแม้ชิ้นส่วนจะถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดก็ตาม

    (Affiliate Disclosure) โพสต์นี้มีลิงก์สปอนเซอร์ การซื้อสินค้าผ่านลิงก์อาจสร้างรายได้แก่เรา
    Product Image
    หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน (ฉบับปรับปรุง) รวบรวมงานวิจัยระดับโลก
    โดย ดร.เดวิด ซินแคลร์ ศาสตราจารย์จากฮาร์วาร์ด ที่เจาะลึกกลไกชีววิทยาและการทำงานของยีนในร่างกาย พร้อมเผยเคล็ดลับการชะลอวัยถึงระดับเซลล์ เทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคต และแนวทางปฏิบัติจริงที่จะช่วยยืดช่วงเวลาการมีสุขภาพดีให้ยาวนาน เป็นคู่มือดูแลสุขภาพเชิงลึก 412 หน้าที่จะเปลี่ยนมุมมองเรื่องความแก่ชรา และช่วยให้คุณวางแผนชีวิตได้อย่างแข็งแรงยั่งยืนในทุกช่วงวัย
    Product Image
    หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน (ฉบับปรับปรุง) ถอดรหัสความลับทางพันธุกรรมและเวชศาสตร์ชะลอวัยยุคใหม่
    เพื่อสู้กับความเสื่อมถอยตามธรรมชาติของร่างกาย อัดแน่นด้วยความรู้ที่เข้าใจง่าย 3 ส่วนสำคัญ ตั้งแต่สาเหตุความแก่ วิทยาการปัจจุบัน ไปจนถึงเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่นำมาปรับใช้ได้จริง เสริมสร้างภูมิปัญญาด้านการดูแลตัวเองระดับยีน เพื่อปกป้องร่างกายจากโรคร้ายและเป็นกุญแจสำคัญสู่การมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

    ข้อมูล หนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน (ฉบับปรับปรุง) คู่มือถอดรหัสชะลอวัยระดับเซลล์
    หัวข้อข้อมูล (Specification) รายละเอียด (Detail)
    ชื่อหนังสือ Lifespan แก่ช้า อายุยืน (ฉบับปรับปรุง)
    ผู้เขียน ดร.เดวิด เอ. ซินแคลร์ (Dr. David A. Sinclair) และ แมทธิว ดี. ลาพลาน (Matthew D. LaPlante)
    สำนักพิมพ์ Sophia
    หมวดหมู่ หนังสือทั่วไป / สุขภาพ ความงาม / สุขภาพ
    จำนวนหน้า 412 หน้า
    ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) 15 x 22.7 x 2.2 ซม.
    น้ำหนัก 0.551 กิโลกรัม (551 กรัม)
    รหัสบาร์โค้ด (ISBN) 9786161872441
    วันที่วางจำหน่าย 5 มีนาคม 2568

      Translate