กล้องวงจรปิดเลนส์คู่ ถอดรหัสรัก และ ปริศนามืดในร้านหนังสือเก่า
กลิ่นหมึกและชั้นหนังสือเก่า ความรักอันเรียบง่ายของคนสองคน ที่รักวรรณกรรมถักทอผ่านแผ่นกระดาษซ่อนรหัส
แต่แล้วความเงียบสงบยามค่ำคืนกลับถูกรบกวนด้วยร่องรอยการค้นหาปริศนาอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่
สายตาอัจฉริยะของกล้องวงจรปิดเลนส์คู่ กลายเป็นสิ่งเดียวที่เฝ้ามองภาพความจริงและตัวตนที่ซ่อนอยู่ใต้ฉากหน้า
เมื่ออดีตกับปัจจุบันแลกมาด้วยชีวิต บททดสอบความรักและการปกป้องจึงเริ่มต้นขึ้นในสมรภูมิแห่งความลับ
กล้องวงจรปิดเลนส์คู่ ถอดรหัสรัก และ ปริศนามืดในร้านหนังสือเก่า : The Bookworm's Cipher
เสียงกระดิ่งลมโลหะหน้าประตูร้านหนังสือเข็มทิศดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับกลิ่นฝนแรกของฤดูกาลที่พัดเอาความเย็นชื้นเข้ามาปะทะใบหน้า ผมวางถ้วยกาแฟดำลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวเก่า หมุนตัวออกจากเคาน์เตอร์เพื่อต้อนรับหญิงสาวเพียงคนเดียวที่มักจะปรากฏตัวในเวลา 17:00 น. ของทุกวันพฤหัสบดี
เธอชื่อ "ริน" เป็นคนเดียวในเมืองนี้ที่ยังคงหลงใหลในกลิ่นหมึก พิมพ์ดีดโบราณ และวรรณกรรมสืบสวนสอบสวนศตวรรษที่ 19 เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายตรงมุมโปรด หยิบหนังสือเล่มเดิมขึ้นมาอ่าน รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเธอคือนิยามความสุขที่เรียบง่ายที่สุดในโลกอันสงบเงียบของผม
เรามักจะเขียนข้อความหวานซ่อนรหัสไว้บนแผ่นที่คั่นหนังสือ ส่งผ่านกันไปมาระหว่างชั้นหนังสือทรงสูง การได้สบตาเธอผ่านช่องว่างระหว่างสันหนังสือประวัติศาสตร์ กลายเป็นจังหวะหัวใจที่ผมเฝ้ารอในทุกๆ สัปดาห์
ความสงบสุขนั้นเริ่มคลอนแคลนเมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อผมสังเกตเห็นว่าหนังสือหายากหลายเล่มบนชั้นชั้น 2 ถูกเคลื่อนย้ายในยามค่ำคืน ร่องรอยการรบกวนเล็กๆ น้อยๆ และความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังแอบมองจากภายนอกร้านทำให้ผมตัดสินใจติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยใหม่
ผมเลือกใช้ กล้องวงจรปิดเลนส์คู่ นวัตกรรมกล้อง 2 เลนส์ในตัวเดียวมาติดไว้ตรงกึ่งกลาง ceiling ของร้าน อุปกรณ์ชิ้นนี้ออกแบบมาได้ลงตัว กล้องตัวบนทำหน้าที่จับภาพมุมกว้างแบบคงที่ สามารถปรับมือได้ 360 องศาเพื่อเฝ้ามองชั้นหนังสือหายากชั้นบน
ส่วนกล้องตัวล่างเป็นระบบมอเตอร์หมุนได้ 355 องศา ก้มเงยได้ 100 องศา ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน IPC360 Home บนสมาร์ตโฟน ความคมชัดระดับ 1080P + 1080P
ช่วยให้ผมสอดส่องทุกซอกมุมของร้านได้พร้อมกัน 2 มุมมองแบบไร้จุดอับสายตา เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 2.4 GHz ได้อย่างเสถียร
ค่ำคืนหนึ่งในเวลา 02:30 น. ขณะที่สายฝนด้านนอกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันในมือถือดังขึ้นข้างหมอน ระบบ Motion Detection ตรวจจับการเคลื่อนไหวผิดปกติภายในร้าน
ผมสะดุ้งตื่น กดเปิดดูหน้าจอทันที เลนส์คู่กำลังทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ไฟ LED 19 ดวงพร้อมอินฟาเรด 25 ดวงบนตัวกล้องสว่างวาบขึ้นเปลี่ยนภาพในความมืดมิดให้กลายเป็นภาพสีความคมชัดสูง
กล้องตัวล่างหันหมุนตามวัตถุอัตโนมัติ จับภาพบุคคลในชุดสีดำที่กำลังใช้กุญแจผีไขประตูเข้ามาอย่างแยบยล ร่างนั้นเดินตรงไปยังชั้นหนังสือโบราณด้วยความคุ้นเคย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบวรรณกรรมปกหนังปี 1888 ซึ่งเป็นเล่มเดียวกับที่รินเพิ่งอ่านเมื่อเย็น
ผมเพ่งมองหน้าจอมือถือด้วยหัวใจที่เต้นระทึก กล้องตัวล่างหมุนซูมเข้าไปใกล้ตามการเคลื่อนไหว แสงไฟ LED สะท้อนใบหน้าของผู้รุกรานชัดเจน หัวใจของผมแทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นว่า บุคคลที่กำลังใช้สแกนเนอร์ขนาดเล็กสแกนรหัสบนสันหนังสือเล่มนั้นอย่างชำนาญ คือ ริน
หญิงสาวผู้เรียบร้อยและอ่อนหวานคนเดิมที่ผมหลงรัก เธอไม่ได้มาเพื่ออ่านหนังสือ แต่เธอใช้ร้านหนังสือของผมเป็นบังหน้าในการค้นหาบางสิ่งบางอย่าง เธอมีทักษะการสะเดาะกุญแจและใช้อุปกรณ์ไฮเทคระดับมืออาชีพ
ผมกดฟังก์ชันการสนทนา 2 ทิศทางผ่านแอป เสียงของผมส่งตรงผ่านลำโพงของกล้องวงจรปิด สะท้อนก้องไปทั่วร้านที่เงียบสงบ "ริน... คุณกำลังหาอะไรอยู่?"
รินชะงักกึก เธอเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดเลนส์คู่ที่กำลังจ้องมองเธออยู่จากบนฝ้าเพดาน ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววตกใจหรือรู้สึกผิด แต่กลับเป็นความเครียดขึง
"ภีม... คุณต้องฟังฉัน" เสียงของเธอผ่านไมค์กล้องตอบกลับมายังโทรศัพท์ของผม "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณ แต่หนังสือเล่มนี้ซ่อน Micro-Drive ที่บรรจุข้อมูลสำคัญระดับชาติเอาไว้
พ่อของฉันถูกฆาตกรรมเพราะมัน และพวกคนที่ฆ่าพ่อฉัน... กำลังมาที่นี่" เธอยังพูดไม่ทันจบ เสียงกระจกหน้าร้านแตกกระจายก็ดังแทรกขึ้นมา ผู้ชายฉกรรจ์ชุดดำ 3 คนพร้อมอาวุธบุกเข้ามาในร้านทันที
ผมรีบบึ่งรถออกจากบ้านตรงไปยังร้านหนังสือภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที เมื่อไปถึง ผมแอบเข้าทางประตูหลัง ร้านหนังสืออันเงียบสงบกลายเป็นสมรภูมิไล่ล่า รินกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในซอกแคบๆ ของชั้นหนังสือชั้นบน
พวกผู้ร้ายกระจายกำลังค้นหาตัวเธอในความมืด เนื่องจากไฟฟ้าถูกตัด แต่พวกมันไม่รู้เลยว่า กล้องวงจรปิดเลนส์คู่ของผมทำงานด้วยระบบแบตเตอรี่สำรองและไฟอะแดปเตอร์ 5V 2A ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟสำรองไร้สาย
ตัวกล้องยังคงส่งภาพสีกลางคืนสดๆ มายังมือถือของผม ผมใช้อุปกรณ์ในมือถือสั่งการระบบอัจฉริยะของกล้องเพื่อช่วยเหลือเธอ ผมส่งสัญญาณเสียงเตือนผ่านลำโพงกล้องไปอีกฝั่งของร้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจพวกมัน
พร้อมทั้งกดสั่งเปิดไฟ LED สว่างโร่จากกล้องเพื่อส่องตาพวกมันจนพร่างมัว เปิดโอกาสให้รินวิ่งหลบหนีลงมาจากชั้นบนได้สำเร็จ
พวกเราสองคนมาเผชิญหน้ากันที่หลังเคาน์เตอร์ ผมดึงตัวเธอเข้ามาบดบังไว้ รินมองหน้าผมด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขอบคุณและขอโทษ "พวกมันคือองค์กรสายลับรับจ้าง" เธอกระซิบ
"พวกมันจะไม่ปล่อยให้ใครรอดชีวิต" หัวหน้าของกลุ่มคนร้ายก้าวออกมากลางร้าน ไฟจากหน้าจอมือถือของผมแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดตัวล่างที่กำลังหมุนจับจ้องใบหน้าของชายคนนั้น ชายผู้เป็นหัวหน้าเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิด 1080P ที่กำลังจับภาพเขาอยู่ ภาพสีคมชัดทำให้ผมเห็นรอยแผลเป็นยาวบนโหนกแก้มของเขาได้อย่างชัดเจน
ในวินาทีนั้นเอง หัวใจของผมตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ชายคนที่กำลังยืนถือปืนล่าชีวิตพวกเราอยู่กลางร้าน ไม่ใช่สายลับต่างชาติ หรือองค์กรอาชญากรรมที่ไหน แต่เขาคือ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษด้านความมั่นคงไซเบอร์ ผู้ซึ่งเป็นอดีตนายจ้างของผมเอง
ตัวผมไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าของร้านหนังสือธรรมดาๆ อย่างที่รินเข้าใจ แต่ผมคืออดีตแฮกเกอร์และนักวิเคราะห์ระบบที่เคยขโมยคีย์เข้ารหัสชุดนี้มาจากองค์กรของเขาเมื่อ 5 ปีก่อน แล้วนำมาซ่อนไว้ในหนังสือปกหนังเล่มนี้ ก่อนจะเกษียณตัวเองมาเปิดร้านหนังสือเพื่อเฝ้ามองมันไว้
ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาผ่านความมืด "กูรู้ว่ามึงอยู่นี่... ออกมาซะ ภีม มึงซ่อนรหัสไว้ในหนังสือเล่มนี้มาตลอดใช่ไหม?"
รินหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง บทบาทถูกสลับสับเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวที่ผมคิดว่าเป็นคนหลอกลวง แท้จริงแล้วคือเหยื่อที่ตามหาความจริงให้พ่อ
ส่วนตัวผมที่ทำทีเป็นเจ้าของร้านหนังสือผู้แสนดี กลับเป็นต้นเหตุของเรื่องราวอันตรายทั้งหมดนี้ ผมประสานสายตากับเธอ สื่อความหมายว่าผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอเด็ดขาด ผมใช้ความคุ้นเคยในพื้นที่และเทคโนโลยีที่มี สั่งการผ่านแอปพลิเคชันให้กล้องตัวล่างส่งเสียงสัญญาณไซเรนระดับสูงสุด
พร้อมกับเปิดไฟ LED แบบกระพริบถี่ๆ (Strobe Light) เพื่อทำลายการมองเห็นของกลุ่มคนร้าย เสียงกรีดร้องของสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วร้าน สร้างความสับสนอย่างหนักให้กลุ่มคนร้าย
จังหวะที่พวกมันกำลังมึนงง ผมผลักชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ให้ล้มครืนลงมาทับกลุ่มคนร้าย รินอาศัยความไววิ่งไปปิดล็อกประตูเหล็กม้วนด้านหน้า เพื่อขังพวกมันไว้ภายในร้าน
ขณะที่ผมเปิดระบบบันทึกภาพวิดีโอ .264 ความคมชัดสูงจากกล้องวงจรปิดเลนส์คู่ ส่งตรงเข้าสู่ระบบคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์ของตำรวจท้องถิ่นเป็นหลักฐานมัดตัว เสียงไซเรนของรถตำรวจดังขึ้นไกลๆ จากปลายถนน ฝนเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่หยดลงบนหลังคา
เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ อบอุ่นพาดผ่านกระจกหน้าร้านที่กำลังได้รับการซ่อมแซม ผมและรินนั่งอยู่บนบันไดไม้หน้าร้าน ถ้วยกาแฟ 2 ใบวางอยู่ข้างกัน ไม่มีรหัสลับ ไม่มีเลนส์กล้องที่ต้องคอยเฝ้าระวัง และไม่มีความลับที่ต้องปิดบังอีกต่อไป
ผมเปิดหน้าจอมือถือขึ้นดู ภาพจาก กล้องวงจรปิดเลนส์คู่ ยังคงแสดงผลได้อย่างเที่ยงตรง ภาพสองมุมมองบนหน้าจอถ่ายทอดภาพบรรยากาศร้านที่กลับมากรอบอบอุ่นอีกครั้ง
เลนส์ตัวบนชี้ไปยังชั้นหนังสือเก่า เลนส์ตัวล่างจับภาพเราสองคนนั่งอยู่ด้วยกัน ความบันเทิงของวรรณกรรม เทคโนโลยีอันชาญฉลาด และความรู้สึกที่แท้จริงได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในที่สุด
👉 นักแสดง ใน เรื่อง กล้องวงจรปิดเลนส์คู่ ถอดรหัสรัก และ ปริศนามืดในร้านหนังสือเก่า : The Bookworm's Cipher
ภีม (ภีมเดช) เพศชาย
ชายหนุ่มวัย 30 ปี เจ้าของร้านหนังสือเก่าผู้มีบุคลิกภายนอกนิ่งสงบ อบอุ่น สุขุม และรักการอ่านวรรณกรรม ทว่าภายใต้ฉากหน้าอันเรียบง่าย เขาคืออดีตนักวิเคราะห์ระบบและแฮกเกอร์สายเทคโนโลยีผู้ชาญฉลาด มีไหวพริบสูง ละเอียดรอบคอบ และมีความสามารถในการคิดคำนวณเชิงกลยุทธ์ในสถานการณ์วิกฤตได้อย่างเยือกเย็น
ริน (รินรดา) เพศหญิง
หญิงสาววัย 26 ปี ผู้มีภาพลักษณ์ภายนอกเป็นคนเงียบขรึม อ่อนหวาน อ่อนโยน และหลงใหลในวรรณกรรมสืบสวนโบราณอย่างลึกซึ้ง แต่ความจริงแล้วเธอคือลูกสาวของอดีตนักสืบเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแกะรหัส การใช้อุปกรณ์ไฮเทค และการสะเดาะกุญแจ เธอมีความมุ่งมั่น กล้าหาญ และทำทุกอย่างเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของพ่อ
ผู้พันเมฆ (อดีตหัวหน้าหน่วยฯ) เพศชาย
ชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่ มีรอยแผลเป็นยาวบนโหนกแก้ม น้ำเสียงเย็นชา อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษด้านความมั่นคงไซเบอร์ เป็นคนเด็ดขาด เลือดเย็น ใช้ทุกวิถีทางเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และไม่มีความปรานีต่อผู้ที่ทรยศหรือขวางทาง
👉 บทวิจารณ์ เรื่อง กล้องวงจรปิดเลนส์คู่ ถอดรหัสรัก และ ปริศนามืดในร้านหนังสือเก่า : The Bookworm's Cipher
นิยายเรื่องนี้สร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงให้อยู่ในเรื่องเดียวกันได้อย่างลงตัว โครงเรื่องเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล เงียบสงบ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายความรักของคนรักหนังสือ ซึ่งทำให้อารมณ์ของผู้อ่านผ่อนคลายด้วยภาษาที่ละม้ายคล้ายคำกลอน
การสอดแทรกเสน่ห์ของหนังสือเก่าและรหัสลับบนที่คั่นหนังสือช่วยสร้างมิติความสัมพันธ์ของตัวละครให้มีความลึกซึ้งและน่าติดตามตั้งแต่ต้น
ด้านโครงสร้างการดำเนินเรื่อง มีการวางจังหวะความกดดัน (Pacing) ที่ชาญฉลาด เรื่องราวค่อยๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อองค์ประกอบของความระทึกขวัญเชิงเทคโนโลยีพุ่งชนกับความสงบภายในร้านหนังสือ
การสร้างปมความลับและการเฉลยความจริงสองชั้นทำได้อย่างแยบคาย โดยไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสะดุดหรือสับสน
ตัวละครทุกตัวมีมิติและมีแรงจูงใจในการกระทำที่สมเหตุสมผล ทำให้ฉากการต่อสู้และการใช้ไหวพริบในช่วงท้ายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เข้มข้น และจบลงได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งในแง่ของความสัมพันธ์และบทสรุปของเงื่อนปมทั้งหมด
Dengo Duo Vision นวัตกรรมกล้องวงจรปิดเลนส์คู่ภายนอกอาคาร
กล้องวงจรปิด Dengo Duo Vision รวมสองเลนส์ในตัวเดียว ติดตั้งง่าย ดูแลบ้านครบทุกมุม
ปัญหาเรื่องมุมอับจะหมดไป เมื่อใช้กล้องเลนส์คู่ เวลาติดกล้องวงจรปิดนอกบ้าน หลายบ้านมักเจอจุดติดขัดตรงที่กล้องตัวเดียวเก็บภาพได้ไม่ทั่วถึง พอกดหมุนกล้องไปทางซ้าย ทางขวากลับกลายเป็นมุมอับจนอาจพลาดช่วงเวลาสำคัญ แต่ถ้าจะซื้อมาติดเพิ่มหลายๆ ตัว ก็ต้องแลกมาด้วยสายไฟพันกันระเกะระกะและงบบานปลาย
Dengo Duo Vision ออกแบบมาเพื่อแก้จุดนี้ด้วยเทคโนโลยี Dual-Camera หรือการรวมกล้องสองตัวไว้ในเครื่องเดียวสำหรับติดตั้งนอกอาคาร ช่วยให้เราสอดส่องพื้นที่กว้างพร้อมกับเฝ้าระวังมุมอับได้พร้อมกัน ติดตั้งจบในจุดเดียว ไม่ต้องซื้อมุมมองเพิ่มให้เปลืองงบ
ระบบการทำงานภายนอกอาคาร
เน้นความเสถียรและความทนทานสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง
การเชื่อมต่อ
รองรับทั้ง Wi-Fi 2.4 GHz และสาย LAN เพิ่มความนิ่งของสัญญาณ ควบคุมและดูภาพสดได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน IPC360 Home ทั้งระบบ Android และ iOS
ความทนทาน
โครงสร้างกันแดดกันน้ำตามมาตรฐาน IP65 ใช้งานในอุณหภูมิ 0–50 องศาเซลเซียสได้สบาย
การบันทึกข้อมูล
รองรับ MicroSD Card สูงสุด 128 GB บันทึกด้วยไฟล์วิดีโอรูปแบบ H.264 (ขนาดประมาณ 290 MB ต่อชั่วโมง) พร้อมระบบบันทึกวนทับอัตโนมัติ
การใช้พลังงาน
ใช้ไฟเพียง 10 วัตต์ กินไฟน้อยมาก คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 84 สตางค์ต่อวัน
จุดเด่นของเลนส์คู่และฟังก์ชันความปลอดภัยอัจฉริยะ
ความพิเศษอยู่ที่การทำงานร่วมกันของสองเลนส์ความละเอียด 1080P
กล้องตัวบน
ปรับหมุนทิศทางด้วยมือได้อิสระ 360 องศา สำหรับตั้งคาไว้ที่จุดสำคัญ
กล้องตัวล่าง
สั่งหมุนผ่านแอปพลิเคชันได้ 355 องศา และก้ม-เงยได้ 100 องศา เก็บภาพรอบทิศทางได้ไม่มีตกหล่น
บันทึกภาพกลางคืน
บันทึกภาพสีตอนกลางคืนได้อย่างชัดเจนด้วยไฟ LED 19 ดวง ทำงานร่วมกับอินฟราเรด 25 ดวง พร้อมระบบเปิดไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว
ระบบติดตามและโต้ตอบ
มีระบบหมุนตามวัตถุและส่งสัญญาณแจ้งเตือนเข้าสมาร์ตโฟนทันที พร้อมไมค์และลำโพงในตัวสำหรับพูดคุยโต้ตอบสองทิศทาง
อุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยที่ดีควรให้ความสบายใจและใช้งานได้จริง Dengo Duo Vision รวมมุมมองที่ครอบคลุม ระบบตรวจจับอัจฉริยะ และความทนทานไว้ในจุดเดียว เปลี่ยนการเฝ้าระวังบ้านที่เคยซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และเชื่อถือได้ทุกเวลา
(Affiliate Disclosure) โพสต์นี้มีลิงก์สปอนเซอร์ การซื้อสินค้าผ่านลิงก์อาจสร้างรายได้แก่เรา
กล้องวงจรปิด Dengo Duo Vision นวัตกรรมความปลอดภัยนอกบ้าน
มาพร้อม 2 เลนส์ในตัวเดียว ให้ความคมชัดระดับ Full HD 1080P มองเห็นกว้างไกลไร้จุดอับ
บันทึกภาพสีสดใสในยามค่ำคืนด้วยไฟ LED อัจฉริยะ พร้อมมาตรฐานกันน้ำ IP65 ทนแดดทนฝน และเชื่อมต่อสั่งการผ่านมือถือได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา
คุ้มค่าด้วยอัตราการกินไฟต่ำ มีระบบแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวทันที พร้อมการรับประกันศูนย์แท้นาน 1 ปีเต็ม ยกระดับความปลอดภัยให้บ้านของคุณได้แล้ววันนี้
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อรุ่น | Dengo Duo Vision |
| รูปแบบการติดตั้ง | ติดตั้งภายนอกบ้าน / ภายนอกอาคาร |
| การรับประกัน | 12 เดือน (1 ปี) ประกันจากผู้ผลิต (Dengo) |
| ความละเอียดวิดีโอ | 1080P + 1080P (บันทึก 2 กล้องพร้อมกัน) |
| อัตราเฟรมภาพ (Frame Rate) | 16 fps |
| ความละเอียดภาพนิ่ง | 4 Megapixels (4MP) |
| ความกว้างของเลนส์ | 100 องศา |
| องศาการหมุนและการก้มเงย | กล้องตัวบนปรับมือหมุนซ้าย-ขวาได้ 360 องศา / กล้องตัวล่างสั่งหมุนผ่านแอปได้ 355 องศา ก้มเงย 100 องศา |
| ระบบภาพกลางคืน | รองรับกลางคืนภาพสี / IR CUT |
| จำนวนไฟอินฟาเรด / LED | อินฟาเรด 25 ดวง / ไฟ LED 19 ดวง (เปิดไฟอัตโนมัติเมื่อพบการเคลื่อนไหว) |
| ฟังก์ชันการตรวจจับและการเตือน | Motion Detection / ระบบหันหมุนตามวัตถุเคลื่อนไหว / แจ้งเตือนเข้าสมาร์ตโฟน |
| ระบบเสียงและการสื่อสาร | การสนทนาโต้ตอบ 2 ทิศทาง (Two-way Audio) |
| รูปแบบไฟล์บันทึก | วิดีโอ .264 (ไม่รองรับการเปิดดูในคอมพิวเตอร์โดยตรง) / ภาพนิ่ง JPG |
| อัตราการกินพื้นที่บันทึก | 290 MB / 1 ชั่วโมง / 1 กล้อง (รองรับ Loop REC บันทึกวนทับ) |
| การรองรับหน่วยความจำ | MicroSD Card ความจุสูงสุด 128 GB |
| การเชื่อมต่อไร้สายและมีสาย | Wi-Fi 2.4 GHz (เชื่อมต่อผ่าน QR Code / AP Mode) และรองรับสาย LAN |
| แอปพลิเคชันรองรับ | IPC360 Home (รองรับ Android 7.0 ขึ้นไป / iOS 11.0 ขึ้นไป) |
| กำลังไฟฟ้าและหัวต่อ | อะแดปเตอร์ 5V 2A / กำลังไฟ 10W / Jack ขนาด 3.5 มม. / สายยาว 30 ซม. + 30 ซม. |
| อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน | ประมาณ 84 สตางค์/วัน | 25.2 บาท/เดือน | 302.4 บาท/ปี |
| ขนาดและน้ำหนักตัวเครื่อง | 130 x 85 x 230 มิลลิเมตร / น้ำหนัก 180 กรัม |
| มาตรฐานการกันน้ำและอุณหภูมิ | มาตรฐานกันน้ำ IP65 / อุณหภูมิแวดล้อมใช้งาน 0 ถึง 50 องศาเซลเซียส |
| อุปกรณ์ภายในกล่อง | 1. ตัวเครื่องกล้องวงจรปิด 2. อะแดปเตอร์ 3. ชุดน็อตและพุก 4. ขายึดกล้อง 5. คู่มือการใช้งาน 6. ใบรับประกัน |
