หนังสือบริหารการเงินและจัดการความเสี่ยง บทเรียนเหลือเงิน 154 บาท จากพิษค้ำประกัน


ใครจะคิดว่าแค่การเซ็นชื่อด้วยความไว้ใจเพื่อน จะเปลี่ยนชีวิตนายตำรวจคนหนึ่งให้เหลือเงินติดบัญชีเพียง 154 บาทต่อเดือน จนภรรยาต้องง่วนอยู่หน้าเตาขายอาหารตามสั่งทุกวันเพื่อพายกครัวให้อยู่รอด...

เรื่องราวของ "หมวดสมนึก" ไม่ใช่แค่บทเรียนเรื่องหนี้สิน แต่มันคืออุทาหรณ์เตือนสติว่า ต่อให้เราหาเงินเก่งหรือขยันแค่ไหน หากปราศจากความเข้าใจเรื่องการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ชีวิตที่สร้างมาทั้งชีวิตก็อาจพังทลายลงได้ในพริบตา


  • ข้อมูล หนังสือ Money 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข


  • เหลือเงินติดบัญชีแค่ 154 บาทต่อเดือน บทเรียนราคาแพงจากชีวิตจริง... กับความสำคัญของการจัดการ “ความเสี่ยง” ที่เราคาดไม่ถึง

    แถวตลาดเฟส 1 โครงการเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ 1 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เราจะเห็นภาพหญิงคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่หน้าเตา ทำอาหารตามสั่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย


    ดูเผิน ๆ ก็เหมือนภาพแม่ค้าขยันทั่วไป... แต่ใครจะรู้ว่า เบื้องหลังควันฉุยจากกระทะ คือเสาหลักคนเดียวที่ต้องแบกรับภาระชีวิตของทั้งครอบครัว และเงินจากร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งนี้ กลายเป็น “ลมหายใจเดียว” ที่เลี้ยงดูชีวิตคนในบ้าน รวมถึงค่าเทอมของลูกที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา

    คำถามคือ... แล้วสามีของเธอไปไหน?

    สามีของเธอคือ หมวดสมนึก นายตำรวจจราจร สภ.บางพลี ชายผู้รับราชการมาทั้งชีวิต และมีฝันเรียบง่ายเหมือนคนทั่วไปว่า หลังเกษียณจะกลับไปใช้ชีวิตสงบ ๆ ที่บ้านเกิดในจังหวัดเพชรบูรณ์

    แต่ความฝันทั้งหมดกลับพังทลายลงในพริบตา เพียงเพราะคำว่า “เกรงใจเพื่อน” และ “ความไว้ใจ”

    จุดเริ่มต้นของฝันร้าย “เซ็นค้ำประกันไขว้”

    เรื่องมันเริ่มจาก หมวดสมนึก และเพื่อนข้าราชการตำรวจรุ่นเดียวกันรวม 3 คน ได้ยื่นกู้เงินในโครงการสวัสดิการของธนาคารแห่งหนึ่ง ด้วยความที่เติบโตมาด้วยกัน สนิทกันมาก และเห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมอาชีพที่ไว้ใจได้ ทั้ง 3 คนจึงตกลงทำสัญญา “เซ็นค้ำประกันเงินกู้แบบไขว้กัน”

    ตอนเซ็น ทุกคนต่างคิดว่าไม่มีอะไร... เพื่อนเราคงไม่ทิ้งเรา

    แต่ชีวิตจริงไม่เหมือนในบทละคร ต่อมาเพื่อนตำรวจที่เป็นผู้กู้หลักกลับประสบปัญหาทางการเงินและ “หยุดชำระหนี้” ไปเสียเฉย ๆ

    เมื่อผู้กู้หลักไม่จ่าย ธนาคารจึงหันมาทวงถามเอาจากหมวดสมนึกในฐานะผู้ค้ำประกันทันที ยอดเงินต้นสะสมบวกดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นถึง 1,500,000 บาท หมวดสมนึกพยายามทำทุกทาง พยายามเดินทางไปไกล่เกลี่ยในชั้นศาลหลายครั้ง วิ่งเต้นตามเพื่อนให้มารับผิดชอบ ซึ่งเพื่อนก็ปากหวานรับคำว่าจะจัดการเอง แต่สุดท้าย... ก็ไม่ยอมจ่ายแม้แต่บาทเดียว

    ในที่สุด กระบวนการทางกฎหมายก็เดินหน้า จนศาลมีคำสั่งให้หมวดสมนึกกลายเป็น “บุคคลล้มละลาย”

    ชีวิตเหลือเงินเข้าบัญชีแค่ 154 บาท

    การเป็นบุคคลล้มละลาย มันไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อเสียง แต่มันคือการถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงในชีวิตจริง ๆ

    ตามกฎหมาย หมวดสมนึกได้รับการจัดสรรเงินสำหรับการครองชีพเดือนละ 24,754 บาท แต่กลับต้องถูกหักไปชำระหนี้สินถึงเดือนละ 24,600 บาท

    ลองลบเลขกันดูง่าย ๆ ... เงินเหลือเข้าบัญชีจริง ๆ แค่ 154 บาทต่อเดือนเท่านั้น

    นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการรัฐต่าง ๆ รวมไปถึงเงินปันผลที่เคยได้รับ ก็ถูกกรมบังคับคดียึดไปทั้งหมด ความฝันที่จะกลับไปพักผ่อนที่เพชรบูรณ์หลังเกษียณกลายเป็นศูนย์ทันที

    ภรรยาของหมวดสมนึกเปิดใจว่า วันที่รู้ว่าสามีถูกฟ้องล้มละลาย เธอเครียดจนจุก พูดไม่ออก แต่พอนึกถึงหน้าลูกที่ต้องเรียนหนังสือ เธอจะล้มไม่ได้ ร้านอาหารตามสั่งแห่งนี้จึงต้องเปิดขายทุกวัน ห้ามหยุดแม้แต่วันเดียว เพราะมันคือเงินก้อนเดียวที่พายกครัวให้อยู่รอด

    อุทาหรณ์เตือนใจ “การค้ำประกัน = การกู้เอง”

    หมวดสมนึกยอมเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของตัวเอง เพื่อส่งต่ออุทาหรณ์เตือนใจทุกคนว่า “เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร” ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร สนิทกับใคร หรือรักกันแค่ไหน การเซ็นชื่อค้ำประกันให้ใครก็ตาม มีความเสี่ยงเท่ากับการที่เราไปกู้เงินด้วยตัวเอง 100% เพราะเมื่อไหร่ที่ผู้กู้ไม่จ่าย ภาระทั้งหมดจะตกมาอยู่ที่คนเซ็นค้ำทันที

    เรื่องราวของหมวดสมนึกทำให้เราเห็นภาพชัดเจนมากว่า หลายครั้งที่ชีวิตเราต้องพัง ไม่ใช่เพราะเราทำงานไม่ขยัน ไม่ใช่เพราะเราเก็บเงินไม่เก่ง... แต่เป็นเพราะ “เราไม่รู้วิธีจัดการความเสี่ยงทางการเงิน” ต่างหาก

    สร้างเกราะป้องกันชีวิตด้วย “การบริหารการเงินและจัดการความเสี่ยง

    เรามักจะถูกสอนให้รู้วิธีหาเงิน รู้วิธีออมเงิน หรือรู้วิธีเอาเงินไปลงทุนให้มันเติบโต... แต่เรากลับมักจะลืมเรียนรู้วิธี “ปกป้องเงิน” และ “ปิดความเสี่ยงชีวิต”

    ถ้าคุณไม่อยากให้ชีวิตที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงต้องพังทลายลงเพราะความไว้ใจ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เรื่องกฎหมายและการเงิน ขอแนะนำ “หนังสือบริหารการเงินและจัดการความเสี่ยง”

    หนังสือไม่ได้สอนแค่เรื่องตัวเลข หรือสูตรการลงทุนยาก ๆ แต่มันคือ “คู่มือรอดชีวิต” ในโลกความเป็นจริง ที่จะช่วยให้คุณ

    อ่านเกมความเสี่ยงออก
    รู้ว่าสัญญาแบบไหน เอกสารตัวไหน (รวมถึงการค้ำประกัน) ที่มีสิทธิ์เปลี่ยนชีวิตคุณจากหน้ามือเป็นหลังมือ

    วางระบบกันชนทางการเงิน
    วิธีแบ่งสันปันส่วนเงินอย่างไร ให้ต่อให้เกิดวิกฤตหนักที่สุดในชีวิต ครอบครัวก็ยังลอยตัวอยู่ได้ ไม่ต้องเหลือเงิน 154 บาทแบบหมวดสมนึก

    บริหารหนี้และข้อกฎหมายควรรู้
    ก้าวทันเทคนิคทางกฎหมายการเงิน รู้สิทธิ และรู้วิธีปฏิเสธอย่างนุ่มนวลเมื่อถูกขอร้องในเรื่องเสี่ยง ๆ โดยไม่เสียน้ำใจ

    อย่ารอให้หยาดเหงื่อและความฝันทั้งชีวิตของคุณ ต้องไปจบลงที่เพียงเพราะคำว่า "เกรงใจ" หรือ "ไม่รู้"

    ลองเจียดเวลาอ่าน หนังสือบริหารการเงินและจัดการความเสี่ยง ดูสักนิด ให้ความรู้ทางการเงินเป็นเกราะป้องกันตัวคุณและครอบครัวที่คุณรักตั้งแต่วันนี้ เพราะความเสี่ยง... ป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่ามานั่งแก้ในวันที่สายไปแล้วแน่นอน



    หนังสือ Money 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข คู่มือตั้งไข่เรื่องเงินที่ทุกคนควรได้อ่าน

    ทำงานหาเงินมาตั้งหลายปี มีเงินเดือนเข้าบัญชีทุกเดือน แต่พอถึงปลายเดือนกลับรู้สึกเหมือนเงินหายวับไปกับตา หรือบางทีมีเรื่องต้องใช้เงินกะทันหันขึ้นมา ถึงเพิ่งมารู้ตัวว่าเราไม่มีเงินสำรองเก็บไว้เลยสักบาท

    ความจริงก็คือ เรื่องเงินเป็นสิ่งที่เราต้องใช้ไปตลอดชีวิต แต่กลับเป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครเคยสอนเราในโรงเรียนเลย บทเรียนส่วนใหญ่ที่เราเจอ มักจะเป็นบทเรียนราคาแพงจากการล้มลุกคลุกคลานเอาเองทั้งนั้น

    ถ้าอยากจะลุกขึ้นมาจัดการเรื่องเงินของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง หนังสือ Money 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข ผลงานของผู้เขียน จักรพงษ์ เมษพันธุ์ จากสำนักพิมพ์ ซีเอ็ดยูเคชั่น เล่มนี้ วางโครงสร้างมาเพื่อเป็นประตูบานแรกสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นควบคุมอนาคตทางการเงินอย่างจริงจัง

    ความยาว 216 หน้าของเล่มนี้ อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาการเงินส่วนบุคคลที่ย่อยง่าย อ่านสบาย และเน้นไปที่หลักคิดกับวิธีปฏิบัติที่นำไปทำตามได้ทันที อ่านจบแต่ละบทก็เริ่มปรับใช้กับชีวิตจริงได้เลย โดยไม่ทิ้งให้คนอ่านต้องมานั่งงงกับศัพท์วิชาการยากๆ หรือสูตรคำนวณซับซ้อน

    จุดเด่นสำคัญของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่การวางรากฐานเรื่องเงินอย่างครอบคลุม เริ่มตั้งแต่การปรับทัศนคติ การทำความเข้าใจศัพท์พื้นฐานทางการเงิน ไปจนถึงการลงมือทำงบการเงินส่วนบุคคลเพื่อดูว่า สภาพคล่องในมือเราตอนนี้เป็นอย่างไร มีตรงไหนรั่วไหล หรือมีส่วนไหนที่บริหารจัดการให้ดีขึ้นได้อีก

    นอกจากเรื่องจัดการเงินใช้จ่ายประจำวันแล้ว เล่มนี้ยังลงรายละเอียดเรื่องการบริหารความเสี่ยง การวางแผนภาษี และการคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจก่อหนี้ก้อนใหญ่

    เพราะหลายครั้ง ความผิดพลาดทางการเงินไม่ได้เกิดจากการหาเงินไม่เก่ง แต่เกิดจากการที่เราไม่รู้วิธีป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน

    สำหรับใครที่อยากมีรายได้เพิ่ม เล่มนี้พาไปมองหาไอเดียสำหรับทำอาชีพเสริม หรือการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ควบคู่ไปกับเทคนิคการจัดสรรเงินออม การใช้ แผน ABC เพื่อสร้างความมั่นคง และการวางแผนเกษียณอย่างมีเป้าหมาย รวมไปถึงการแนะนำหนังสืออ่านเสริมสำหรับคนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ก้าวหน้าขึ้นด้วย

    ด้วยขนาดเล่มที่พอดีมือ เล็กกระทัดรัด 12.9 x 18.5 ซม. น้ำหนักเบาเพียง 0.212 กิโลกรัม พกติดกระเป๋าไปอ่านตามร้านกาแฟหรือระหว่างเดินทางได้สบายๆ

    การดูแลเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาก่อนถึงค่อยเริ่มเรียนรู้ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจระบบการเงินของตัวเอง ปิดช่องโหว่ความเสี่ยง และสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีอย่างยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง



    💸 ปัญหาใหญ่ของพวกเราหลายคน ไม่ใช่เพราะเราหาเงินไม่เก่งหรอก แต่มันเริ่มจากการที่เราไม่เคยได้รับการสอนเรื่องการบริหารเงินอย่างถูกต้องเลยต่างหาก การปล่อยให้ตัวเองใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยไม่เข้าใจพื้นฐานทางการเงินอย่างในหนังสือ Money 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข อาจทำให้เราต้องจ่ายค่าเรียนราคาแพงทางการเงินแบบไม่รู้ตัว และนี่คือสิ่งที่เราต้องเจอ

    💸 งงว่าเงินหายไปไหน เพราะทำงบการเงินไม่เป็น
    การไม่เข้าใจเรื่องงบการเงินส่วนบุคคล ทำให้เรามองไม่เห็นสภาพคล่องที่แท้จริงของตัวเอง ปล่อยให้มีรอยรั่วทางการเงินไหลออกทีละเล็กทีละน้อย จนต้องตั้งคำถามเดิมๆ ตอนสิ้นเดือนว่าเงินหายไปไหนหมด

    💳 เสี่ยงตกเป็นทาสหนี้สินจากการขาดการวางแผน
    เมื่อไม่รู้หลักคิดที่ถูกต้องก่อนจะตัดสินใจสร้างภาระผูกพัน เราอาจตัดสินใจผิดพลาด รูดบัตรหรือกู้เงินเกินตัว จนกลายเป็นภาระหนักที่กู้กลับคืนมาได้ยาก

    รับมือกับวิกฤตชีวิตไม่ได้ เพราะขาดการจัดการความเสี่ยง
    ถ้าไม่มีความเข้าใจเรื่องเป้าหมายการออมก้อนแรกและการวางระบบป้องกันความเสี่ยง พอเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุทางการเงินขึ้นมาเพียงครั้งเดียว ก็อาจสั่นคลอนเสาหลักของครอบครัวจนล้มตึงได้ทันที

    💼 พลาดโอกาสสร้างรายได้ใหม่ๆ จากการยึดติดรายได้ทางเดียว
    หนังสือเล่มนี้ช่วยจุดประกายไอเดียการทำอาชีพเสริมและการต่อยอดสร้างทางเลือกใหม่ๆ การไม่เปิดอ่านอาจทำให้เราติดอยู่ในกรอบเดิม พึ่งพาแค่น้ำเลี้ยงจากรายได้ช่องทางเดียวซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากในยุคนี้

    ⏳ ต้องทำงานใช้แรงไปตลอดชีวิต เพราะไม่ได้วางแผนเกษียณ
    หากไม่เริ่มจัดสรรเงินออมและสร้างระบบการเงินตั้งแต่วันนี้ เราจะพลาดการวางรากฐานสู่การมีอิสรภาพทางการเงิน และต้องเหนื่อยทำงานใช้แรงแลกเงินต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่มีจุดหมายปลายทาง

    (Affiliate Disclosure) โพสต์นี้มีลิงก์สปอนเซอร์ การซื้อสินค้าผ่านลิงก์อาจสร้างรายได้แก่เรา
    Product Image
    หนังสือ Money 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข โดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์
    รวบรวมพื้นฐานการเงินส่วนบุคคล 216 หน้าที่ย่อยง่าย นำไปปฏิบัติได้จริงทันที อัดแน่นด้วยวิธีจัดทำงบการเงิน บริหารหนี้สิน ป้องกันความเสี่ยงชีวิต พร้อมเทคนิคสร้างอาชีพเสริมและการวางแผนเกษียณอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นก้าวแรกสู่อิสรภาพทางการเงินและสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีให้กับตัวคุณได้แล้ววันนี้
    Product Image
    หนังสือ Money 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข คู่มือบริหารการเงินส่วนบุคคลจากสำนักพิมพ์ซีเอ็ด
    ที่เปลี่ยนเรื่องเงินซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่าย ครอบคลุมการจัดสรรสภาพคล่อง หลักคิดก่อนก่อหนี้ การวางแผนภาษีกับความเสี่ยง ไปจนถึงการใช้แผน ABC เพื่อการออมและการเกษียณเร็ว สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและเปลี่ยนอนาคตทางการเงินของคุณให้มั่นคงด้วยการสั่งซื้อเล่มนี้

    ข้อมูล หนังสือ Money 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข
    ข้อมูลจำเพาะ (Specification) รายละเอียด (Detail)
    ชื่อหนังสือ MONEY 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข
    ผู้เขียน จักรพงษ์ เมษพันธุ์
    สำนักพิมพ์ ซีเอ็ดยูเคชั่น (SE-ED)
    หมวดหมู่ หนังสือทั่วไป / บริหาร ธุรกิจ / การเงิน การลงทุน
    จำนวนหน้า 216 หน้า
    ขนาดตัวเล่ม 12.9 x 18.5 x 1.3 เซนติเมตร
    น้ำหนัก 0.212 กิโลกรัม
    รหัสบาร์โค้ด (ISBN) 9786160834563
    วันที่วางจำหน่าย 10 ตุลาคม 2562

      Translate