ครีมกันแดด ReReef SPF50 ปกป้องผิวคุณ เคียงคู่การรักษาหัวใจของมหาสมุทร
ครีมกันแดด ReReef Mineral-Based Reef-Safe Sunscreen SPF50 PA+++ ครีมกันแดดรักษ์โลกที่จะชวนคุณไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของ "เกรตแบริเออร์รีฟ" (Great Barrier Reef) มหานครสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใต้ผืนน้ำอันกว้างใหญ่
ข้อมูล ครีมกันแดด ReReef คืนความสมบูรณ์ให้แนวปะการัง ปกป้องผิวพรรณอย่างยั่งยืน
ข้อมูล ครีมกันแดด ReReef คืนความสมบูรณ์ให้แนวปะการัง ปกป้องผิวพรรณอย่างยั่งยืน
แต่รู้ไหมว่า ทุกครั้งที่เราก้าวลงทะเลเพื่อชื่นชมความงามนี้ สารเคมีจากครีมกันแดดทั่วไปอาจกำลังเป็นตัวร้ายเงียบที่เข้าไปทำลายบ้านของเพื่อนๆ ใต้ท้องทะเลโดยที่เราไม่รู้ตัว
มหานครใต้สมุทรกับความลับของครีมกันแดดที่คุณอาจกำลังทำร้ายเพื่อนตัวน้อยโดยไม่รู้ตัว
มีสิ่งหนึ่งบนโลกใบนี้ที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างของมนุษย์ แต่เป็นโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่จนน่าทึ่ง เพราะถ้ายืนอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) แล้วมองลงมายังโลก เราจะสามารถมองเห็นแนวปะการังนี้ได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว
สิ่งนั้นก็คือ แนวปะการังเกรตแบริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลียนั่นเอง
ความยิ่งใหญ่ของเกรตแบริเออร์รีฟทอดยาวเป็นระยะทางไกลกว่า 2,300 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่มหาศาลเกือบ 350,000 ตารางกิโลเมตร
ถ้าคิดว่าตัวเลขนี้เข้าใจยาก ลองนึกดูนะว่า ขนาดพื้นที่รวมของแนวปะการังนี้ใหญ่กว่าพื้นที่ของประเทศอังกฤษทั้งประเทศเสียอีก หรือถ้าเอามาเทียบกับประเทศไทยของเรา มันมีขนาดใหญ่เกินครึ่งหนึ่งของประเทศเราไปแล้ว
แต่ความน่าทึ่งที่แท้จริงของเกรตแบริเออร์รีฟอยู่ตรงคำว่า "โครงสร้างสิ่งมีชีวิต" เพราะแนวปะการังทั้งหมดที่กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ ไม่ได้เกิดจากก้อนหินหรือสิ่งไม่มีชีวิตตามธรรมชาติ
แต่เกิดจากสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่เราเรียกว่า "โพลิป" (Polyp) หรือตัวอ่อนปะการังนับล้านล้านตัวที่มาอาศัยอยู่ร่วมกัน เจ้าตัวโพลิปตัวจิ๋วเหล่านี้จะค่อยๆ ทำหน้าที่สร้างโครงสร้างหินปูนแข็งขึ้นมาเพื่อเป็นบ้านและเกราะกำบังของตัวเอง
พอเวลาผ่านไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากหลักสิบปี เป็นร้อยปี พันปี จนกลายเป็นหมื่นๆ ปี บ้านหินปูนเล็กๆ เหล่านี้ก็ทับถมและขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง จนกลายเป็นแนวปะการังขนาดมหึมาอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
โดยภายในพื้นที่อันกว้างใหญ่นี้ ไม่ได้เป็นผืนเดียวกันยาวพรืดไปทั้งหมด แต่ประกอบไปด้วยแนวปะการังย่อยๆ มากกว่า 2,900 แนว และมีเกาะแก่งต่างๆ อีกราวๆ 900 เกาะ มารวมตัวกันอยู่จนกลายเป็นระบบนิเวศทางทะเลที่สมบูรณ์และซับซ้อนที่สุดในโลก
ถ้าพูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ที่นี่เปรียบเสมือนมหานครอันวุ่นวายและเต็มไปด้วยสีสันใต้ท้องทะเล เป็นบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทางทะเลจำนวนมหาศาล
โดยมีปลากว่า 1,500 สายพันธุ์ ตั้งแต่ปลาการ์ตูนตัวเล็กๆ ที่เราคุ้นเคย ไปจนถึงปลาฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ใจดี มีปะการังแข็งและปะการังอ่อนรวมกันกว่า 400 ชนิด
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอนุบาลและวางไข่ที่สำคัญของเต่าทะเลที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ถึง 6 ใน 7 สายพันธุ์ของโลก รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของพะยูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลที่หาดูได้ยาก
และในช่วงฤดูอพยพที่นี่ก็จะเป็นจุดแวะพักของวาฬหลังค่อมและวาฬมิงค์ที่เดินทางมาจากมหาสมุทรแอนตาร์กติกาอันหนาวเย็นเพื่อมาผสมพันธุ์และออกลูกในน้ำอุ่นอีกด้วย
ที่น่าสนใจและหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ก็คือ ปะการังเหล่านี้ไม่ได้อยู่ได้ด้วยตัวเองคนเดียว แต่พวกมันอยู่รอดได้เพราะการพึ่งพาอาศัยกันแบบขาดกันไม่ได้กับสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กที่ชื่อว่า "ซูแชนเทลลี" (Zooxanthellae) ซึ่งอาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง
เจ้าสาหร่ายนี้จะทำหน้าที่สังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารและพลังงานส่งต่อให้ปะการังถึงร้อยละ 90 แถมยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปะการังมีสีสันสดใสสวยงาม ทั้งสีฟ้า สีม่วง สีเหลือง และสีเขียว
แต่ในปัจจุบัน ระบบนิเวศที่สวยงามนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่จากสภาวะโลกร้อน เมื่ออุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นเพียงแค่ 1-2 องศาเซลเซียสติดต่อกันเป็นเวลานาน ปะการังจะเกิดความเครียดและขับสาหร่ายซูแชนเทลลีออกไป ส่งผลให้ปะการังสูญเสียแหล่งอาหารและเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน หรือที่เรียกว่า "ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว" (Coral Bleaching)
ซึ่งถ้าหากน้ำทะเลไม่เย็นลงภายในเวลาที่กำหนด ปะการังเหล่านั้นก็จะค่อยๆ อดอาหารและตายลงในที่สุด การร่วมมือกันปกป้องและฟื้นฟูเกรตแบริเออร์รีฟจึงไม่ใช่แค่การดูแลสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการรักษาหัวใจดวงใหญ่ของมหาสมุทรโลกเอาไว้ให้อยู่รอดต่อไป
สารเคมีในชีวิตประจำวัน กลายเป็นตัวร้ายซ้ำเติมท้องทะเล
จากเรื่องราวของเกรตแบริเออร์รีฟ เราจะเห็นได้ว่าระบบนิเวศทางทะเลนั้นเปราะบางแค่ไหน ลำพังแค่สภาวะโลกร้อนก็ทำให้ปะการังเครียดจนฟอกขาวจะแย่อยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่ายังมี "ตัวร้ายเงียบ" อีกอย่างหนึ่งที่เราพกติดตัวไปเที่ยวทะเลด้วยทุกครั้ง และเป็นตัวการสำคัญที่เข้าไปซ้ำเติมให้ปะการังฟอกขาวเร็วขึ้นและตายง่ายขึ้น นั่นก็คือ "สารเคมีในครีมกันแดดทั่วไป"
เวลาเราทาครีมกันแดดแล้วลงไปว่ายน้ำเล่นในทะเล สารเคมีเหล่านั้นจะหลุดลอยละล่องออกสู่เกลียวคลื่น หรือแม้แต่ตอนที่เราทาครีมกันแดดอยู่ในเมืองแล้วอาบน้ำล้างตัว สารเคมีเหล่านั้นก็สามารถไหลลงท่อระบายน้ำและเดินทางไปสิ้นสุดที่ท้องทะเลได้เช่นกัน
สารเคมีสังเคราะห์เหล่านี้จะเข้าไปรบกวนระบบสืบพันธุ์ของปะการัง ทำให้ตัวอ่อนปะการังพิการ และกระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวรุนแรงขึ้น
คำถามคือ แล้วเราจะทำอย่างไรดี? ในเมื่อผิวของเราก็ต้องปกป้องจากแสงแดดเมืองไทยที่ร้อนแรงจนเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังและริ้วรอยก่อนวัย แต่เราก็ไม่อยากเป็นหนึ่งในผู้ทำลายบ้านของปลาการ์ตูนและเต่าทะเลตัวน้อย
เดี๋ยวนี้เลยมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาช่วยให้เราได้ออกไปสนุกกับแสงแดดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับธรรมชาติรอบตัว อย่างครีมกันแดดเนื้อข้นธรรมชาติ “ReReef Mineral-Based Reef-Safe Sunscreen SPF50 PA+++” ตัวนี้ที่เราอยากชวนมาทำความรู้จักกัน
👉 ครีมกันแดด ReReef ที่ดีต่อผิวเราและดีต่อโลก
ครีมกันแดด ReReef ขวดนี้มีความพิเศษอย่างไร เรามาดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในขวดนี้กัน บอกเลยว่าทีมงานเขาคิดค้นมาอย่างละเอียด และมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อให้มั่นใจว่าผิวเราจะปลอดภัย และไม่ทำร้ายทะเลไปพร้อมกัน
1. เกราะปกป้องผิวชั้นยอดด้วยสูตร Physical Sunscreen (Non-nano)
ครีมกันแดดในท้องตลาดส่วนใหญ่จะเป็น Chemical Sunscreen หรือกันแดดแบบเคมี ซึ่งทำงานโดยการดูดซับรังสี UV เข้ามาในผิวแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน ซึ่งสารเคมีเหล่านี้แหละที่เป็นพิษต่อทะเล
แต่สำหรับ ReReef เลือกใช้กลไกของ Physical Sunscreen หรือครีมกันแดดแบบกายภาพ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็น "กระจกเงา" สะท้อนรังสีเหล่านั้นออกไปจากผิวทันที
โดยมีส่วนผสมหลักอันทรงประสิทธิภาพคือ สังกะสีออกไซด์ (Zinc Oxide) และ ไทเทเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide)
ความใส่ใจขั้นสุดของ ReReef อยู่ตรงคำว่า "Non-nano" (ไม่ใช่นาโน) เพราะหากสารทั้งสองชนิดนี้ถูกทำให้มีขนาดเล็กจิ๋วระดับนาโนพาร์ติเคิล ปะการังและสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ในทะเลจะสามารถดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ง่าย
ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ การเลือกใช้โมเลกุลขนาดปกติที่ไม่ใช่นาโน จึงมั่นใจได้ 100% ว่าสารกันแดดจะไม่หลุดรอดเข้าไปทำร้ายตัวอ่อนปะการังหรือโพลิปที่กำลังสร้างบ้านหินปูนอยู่ใต้ทะเลอย่างแน่นอน
2. พลังการปกป้องขั้นสุด SPF50 PA+++ พร้อมลุยทุกสถานการณ์
เรื่องประสิทธิภาพการกันแดดบอกเลยว่าหายห่วง เพราะให้ค่าการปกป้องมาสูงถึง SPF50 PA+++ ซึ่งครอบคลุมการปกป้องผิวแบบ Broad-Spectrum ทั้งรังสี UVA และ UVB ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง และป้องกันปัญหาผิวแก่ก่อนวัย ริ้วรอย หรือจุดด่างดำที่เกิดจากแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้ ตัวครีมยังมาพร้อมกับสูตรกันน้ำ (Water Resistant) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมทางน้ำทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้นดูปะการัง การดำน้ำลึก (Scuba Diving) การเล่นเซิร์ฟ
หรือแม้แต่การใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไปที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้นและเหงื่อออกง่าย ครีมกันแดดตัวนี้ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังให้ผิวคุณได้อย่างยาวนานและไม่ไหลเยิ้ม
3. การันตีความปลอดภัยสูงสุดด้วยกฎเหล็ก "Free from 13 สารเคมีต้องห้าม"
นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ ReReef แตกต่างจากครีมกันแดดทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะเขาประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าสูตรนี้ปราศจากสารเคมีอันตราย สารนาโน และไมโครพลาสติกที่มักจะแฝงตัวอยู่ในครีมกันแดดทั่วไปรวมถึง 13 ชนิดด้วยกัน ได้แก่
Oxybenzone และ Octinoxate: สารกันแดดเคมีตัวร้ายหลักที่ทำให้ปะการังฟอกขาวและขัดขวางการเจริญเติบโต
4-methylbenzylidene camphor และ Octocrylene: สารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล
Para-aminobenzoic acid (PABA): สารกันแดดรุ่นเก่าที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้สูง
กลุ่มพาราเบน 5 ชนิด (Methyl, Ethyl, Propyl, Butyl, Benzyl Paraben): สารกันเสียเคมีที่อาจสะสมและส่งผลเสียต่อสุขภาพ รวมถึงสิ่งแวดล้อม
Triclosan: สารยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
เม็ดไมโครบีดส์ หรือ ไมโครพลาสติกทุกรูปแบบ (Any form of microplastic sphere or beads): ตัวการร้ายที่สัตว์ทะเลมักกินเข้าไปเพราะเข้าใจว่าเป็นอาหาร จนเกิดการสะสมของสารพิษในห่วงโซ่อาหาร
สารนาโนทุกชนิด (Any nanoparticles): เพื่อป้องกันไม่ให้โมเลกุลขนาดเล็กหลุดเข้าไปในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในทะเล
การตัดสารเคมีทั้ง 13 ชนิดนี้ออกไป ไม่เพียงแต่ช่วยเซฟแนวปะการังและสัตว์ทะเลเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อตัวผู้ใช้เองด้วย เพราะเป็นการลดโอกาสในการเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือการอุดตันของผิวหนัง เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่ใส่ใจในสุขภาพผิวและรักสิ่งแวดล้อม
4. บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ (Nourishing Natural Ingredients)
นอกจากจะทำหน้าที่ปกป้องผิวจากแสงแดดแล้ว ครีมกันแดด ReReef ยังใส่ใจเรื่องการฟื้นบำรุงผิวที่ต้องเผชิญกับความแห้งกร้านจากลมทะเลและแสงแดดจัด โดยมีการผสานคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติที่อ่อนโยนและเป็นมิตรต่อผิว
น้ำมันเมล็ดโจโจบา (Jojoba Seed Oil): ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น คืนความสมดุลให้ผิวไม่แห้งตึง
วิตามินบี 3 (Niacinamide): ช่วยบำรุงผิวให้แลดูกระจ่างใส สม่ำเสมอ และสร้างความแข็งแรงให้ชั้นผิว
สารสกัดจากว่านหางจระเข้ (Aloe Vera): ช่วยปลอบประโลมผิวจากความร้อน ลดอาการแสบแดงหลังจากออกแดด
Beeswax (ไขผึ้งธรรมชาติ): ช่วยเคลือบปกป้องผิวและเพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำอย่างอ่อนโยน
Mica และ Hydroxyethylcellulose: ช่วยปรับเนื้อสัมผัสของครีมให้เนียน ละมุน ทาลงบนผิวได้ง่ายขึ้น
ความมั่นใจระดับสากล และขนาดที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
เพื่อให้ผู้บริโภคสายรักษ์โลกมั่นใจได้สูงสุด ผลิตภัณฑ์ของ ReReef ได้รับการแนะนำโดยโครงการ Green Fins ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment) ซึ่งเป็นโครงการระดับโลกที่ส่งเสริมแนวทางการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การที่ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับนี้ ย่อมเป็นเครื่องยืนยันว่าทุกหยดของครีมกันแดดนี้ปลอดภัยต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีเลขที่จดแจ้งอย่างถูกต้องจาก อย. คือ 10-1-6100027987 มั่นใจได้ในมาตรฐานและความปลอดภัย
เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย ReReef จึงมีขนาดให้เลือกสรรตามความต้องการถึง 3 ขนาด
ขนาด 40 กรัม
ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับใส่กระเป๋าพกไปคาเฟ่ เดินป่า หรือทาระหว่างวัน
ขนาด 89 กรัม
ขนาดกำลังดีสำหรับทริปท่องเที่ยวทะเลระยะสั้นถึงระยะกลาง ทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
ขนาด 1 กิโลกรัม
ขนาดใหญ่พิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว รีสอร์ท โรงเรียนสอนดำน้ำ หรือครอบครัวใหญ่ที่เดินทางบ่อยและต้องการลดขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติก
ไกด์การใช้งานและข้อแนะนำ เพื่อผิวสวยสตรองคู่ท้องทะเลอันงดงาม
เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการปกป้องผิวสูงสุดจากครีมกันแดดสูตร Physical นี้ มีเคล็ดลับการใช้ง่ายๆ ดังนี้
1. ทาล่วงหน้า
บีบครีมในปริมาณที่พอเหมาะ ทาให้ทั่วผิวหนังส่วนที่ต้องสัมผัสแสงแดดก่อนออกไปทำกิจกรรมประมาณ 15 นาที เพื่อให้เนื้อครีมเซ็ตตัวเป็นเกราะกำบังผิวได้อย่างสมบูรณ์
2. ทาซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
หากคุณทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีแดดจัด หรือลงไปเล่นน้ำ ว่ายน้ำ และมีเหงื่อออกมาก แนะนำให้ทาซ้ำทุกๆ 40 นาที เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการปกป้องผิวให้คงเส้นคงวา
3. การล้างออก
หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม สามารถล้างทำความสะอาดเนื้อครีมออกได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างออก
ข้อควรระวังสำคัญ: หลีกเลี่ยงการทาครีมกันแดดลงบนผิวหนังที่มีบาดแผล แผลสด หรือผิวที่ฉีกขาด และควรระวังไม่ให้เนื้อครีมเข้าตา หากบังเอิญเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที ในกรณีที่ใช้แล้วเกิดอาการผื่นคันหรือระคายเคือง ให้หยุดใช้ทันทีและรีบปรึกษาแพทย์
เกร็ดความรู้เพื่อความปลอดภัยจากแสงแดด (Sun Safety Tips)
การใช้เวลาอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ นอกจะทำให้ผิวหมองคล้ำแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังและทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เพื่อการปกป้องที่ดีขึ้น นอกจากการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำแล้ว ควรมีมาตรการป้องกันอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย
เช่น หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรงในช่วงเวลาที่แดดแรงจัด (โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 น. ถึง 14.00 น.) สวมใส่เสื้อผ้าแขนยาว กางเกงขายาว สวมหมวกปีกกว้าง และใส่แว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตา
และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยอายุต่ำกว่า 6 เดือน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดใดๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกรัก
ร่วมรักษาหัวใจดวงใหญ่ของมหาสมุทร เริ่มต้นง่ายๆ ที่ตัวเรา
การเดินทางไปท่องเที่ยวและสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผืนทะเลไทยอันงดงาม หรือความยิ่งใหญ่ตระการตาของแนวปะการังเกรตแบริเออร์รีฟ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มพลังชีวิตให้เราอย่างมหาศาล แต่จะดียิ่งกว่าไหม ถ้าการไปเยือนของเราจะไม่ทิ้งรอยแผลหรือสารพิษใดๆ เอาไว้เบื้องหลัง
การเลือกใช้ ReReef Mineral-Based Reef-Safe Sunscreen SPF50 PA+++ อาจดูเหมือนเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ถ้านักท่องเที่ยวทุกคนร่วมใจกันเปลี่ยนมาใช้กันแดดรักษ์โลกที่ไม่ทำร้ายปะการัง ปราศจากสารอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
พลังเล็กๆ เหล่านี้จะกลายเป็นเกราะคุ้มกันอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ช่วยให้โพลิปตัวจิ๋วยังคงสร้างบ้านหินปูนต่อไปได้ และรักษาสีสันอันสดใสของสาหร่ายซูแชนเทลลีให้คงอยู่คู่ท้องทะเลไปอีกตราบนานเท่านาน
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ปกป้องผิวของคุณอย่างมั่นใจ และร่วมรักษาหัวใจดวงใหญ่ของมหาสมุทรโลกเอาไว้ให้อยู่รอดต่อไปด้วยกันนะ
ครีมกันแดด ReReef SPF50 PA+++ สูตร Physical Non-nano กันน้ำดีเยี่ยม
ปกป้องผิวจาก UVA/UVB สูงสุดโดยไม่เหนียวเหนอะหนะ
ช้อปเลย กันแดดรักษ์โลกที่ไร้สารเคมีอันตราย 13 ชนิด ปลอดภัยต่อผิวแพ้ง่ายและเป็นมิตรต่อปะการัง 100%
ครีมกันแดด ReReef สูตร Mineral ผสานพลังซิงค์ออกไซด์และว่านหางจระเข้
บำรุงผิวชุ่มชื้นพร้อมบล็อกแสงแดดอย่างมั่นใจ
สั่งซื้อวันนี้เพื่อผิวสตรองสไตล์รักษ์โลก การันตีมาตรฐานโดย UN Green Fins อ่อนโยนต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
| คุณสมบัติ (Specifications) | รายละเอียด (Details) |
|---|---|
| ชื่อผลิตภัณฑ์ | ReReef Mineral-Based Reef-Safe Sunscreen SPF50 PA+++ |
| ประเภทครีมกันแดด | Physical Sunscreen (ครีมกันแดดแบบกายภาพ/สะท้อนรังสี UV) |
| ค่าการปกป้องแสงแดด | SPF50 PA+++ (Broad-Spectrum ปกป้องทั้งรังสี UVA และ UVB) |
| สารกันแดดหลัก | Zinc Oxide (Non-nano) และ Titanium Dioxide (Non-nano) |
| คุณสมบัติพิเศษ | สูตรกันน้ำ (Water Resistant) เหมาะสำหรับกิจกรรมทางน้ำและชีวิตประจำวัน |
| สารสกัดบำรุงผิวธรรมชาติ | น้ำมันเมล็ดโจโจบา (Jojoba Seed Oil), วิตามินบี 3 (Niacinamide), สารสกัดจากว่านหางจระเข้ (Aloe Vera), ไขผึ้งธรรมชาติ (Beeswax) และ Mica |
| สารเคมีที่ปราศจาก (13 ชนิด) | Oxybenzone, Octinoxate, 4-methylbenzylidene camphor, Octocrylene, PABA, พาราเบน 5 ชนิด (Methyl, Ethyl, Propyl, Butyl, Benzyl Paraben), Triclosan, เม็ดไมโครบีดส์/ไมโครพลาสติกทุกรูปแบบ และสารนาโนทุกชนิด |
| มาตรฐานและการรับรอง | ได้รับการแนะนำโดยโครงการ Green Fins ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment) |
| เลขที่ใบรับจดแจ้ง อย. | 10-1-6100027987 |
| ขนาดบรรจุที่มีวางจำหน่าย | 40 กรัม / 89 กรัม / 1 กิโลกรัม |
| กลุ่มผู้ใช้งานที่แนะนำ | เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง/ทางทะเล และทุกคนที่ใส่ใจในสุขภาพผิวและสิ่งแวดล้อม (เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้) |
