หนังสือ กล้าที่จะถูกเกลียด หนังสือที่จะช่วยเปลี่ยนคุณจาก "คนดีขี้เกรงใจ" ให้เป็น "คนใจแข็งที่ชีวิตมีความสุข"


"กล้าที่จะถูกเกลียด"... หนังสือเล่มนี้อาจเป็นสิ่งที่คุณต้องรีบหามาอ่าน ด่วนที่สุด หากคุณกำลังติดหล่มนิสัย "คนดีขี้เกรงใจ" ที่ปฏิเสธใครไม่เป็น จนความหวังดีกลับมาแทงข้างหลัง กลายเป็นหนี้ท่วมหัวแทนคนอื่น

ลองมาอ่านอุทาหรณ์จากสมรภูมิการโดนยืมเงินและขอให้เซ็นค้ำประกันของคน 3 คน 3 สไตล์นี้ดูแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมการ "กล้าถูกเกลียด" ตั้งแต่วันแรก ถึงช่วยปกป้องชีวิตและเงินในกระเป๋าของคุณได้ดีที่สุด


  • ข้อมูล หนังสือจิตวิทยาเปลี่ยนชีวิต "กล้าที่จะถูกเกลียด" คัมภีร์ทลายนิสัยขี้เกรงใจ


  • "เป็นคนดี" จนเกลียดตัวเอง? ถอดบทเรียนสายยอม จากเรื่องเล่า "คนดีขี้เกรงใจ" สู่ทางรอดที่คุณเลือกได้

    เคยไหม ปฏิเสธใครไม่เป็นจนชีวิตพัง รู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยอมใจอ่อน ยืมเงินก็ให้ ค้ำประกันก็เซ็น สุดท้ายจาก “คนดี” กลายเป็น “คนแบกหนี้” แทนคนอื่นเฉยเลย

    ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตกอยู่ในวังวนของความขี้เกรงใจ ขี้สงสาร และกลัวการปฏิเสธ ลองมาอ่านเรื่องราวอุทาหรณ์จากมุมมองของคน 3 คน 3 สไตล์ ที่เคยผ่านสมรภูมิเรื่องเงินๆ ทองๆ มาก่อน เผื่อจะช่วยเรียกสติและเปลี่ยนชีวิตคุณได้


    1. พี่ใหญ่: สายเปย์ที่เคยเจ็บจนจุก

    สมัยก่อนพี่ใหญ่เป็นคนปฏิเสธคนยากมาก โดยเฉพาะคนใกล้ตัวในที่ทำงานที่เดินมาทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ขอยืมเงินหลักหมื่น ใจหนึ่งก็คิดว่าเราพอมีและอยากช่วย แต่พอให้ยืมไปแล้ว ปรากฏว่าตอนทวงลำบากกว่าตอนให้เยอะมาก เจ้าหนี้อย่างเราต้องไปเดินพินอบพิเทา พูดจาเกรงใจว่า "ขอโทษที่รบกวนนะ พอดีจำเป็นต้องใช้เงินแล้ว"

    ที่หนักกว่านั้นคือเรื่อง "เซ็นค้ำประกัน" พี่ใหญ่ยกเคสคลาสสิกของ "อาจารย์ดาว" ที่ยอมเซ็นค้ำประกันทุนเรียนต่อ ดร. ด้านทำฟันให้รุ่นน้องคนสนิทเพราะความรักและไว้ใจ สุดท้ายรุ่นน้องเรียนจบปุ๊บ ไปแต่งงานมีครอบครัวสุขสบายอยู่ต่างประเทศ ไม่ยอมกลับมา หวยเลยมาตกที่คนค้ำประกันที่ต้องมาชดใช้หนี้ทุนหัวโตแทนจนหน้ามืด

    2. สมชาย: สายสืบสวน (เช็คหน้างาน ไม่เชื่อใครง่ายๆ)

    พอเจ็บมาเยอะ สมชายและพี่ใหญ่เลยเริ่มจับทางได้และสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ เดี๋ยวนี้ถ้าใครมามุกดราม่าขอยืมเงิน พวกเขาจะไม่ให้เงินสดเด็ดขาด แต่จะใช้วิธี "เช็คหน้างาน"

    เคสพ่อป่วยหนัก
    เพื่อนทักมาขอยืมเงินบอกพ่อป่วย สมชายเอะใจเลยโทรเช็คโรงพยาบาล พอรู้ยอดค้างจ่าย แกบอกเพื่อนว่า "เดี๋ยวเจอกันที่โรงพยาบาลเลย เดี๋ยวฉันไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ให้เอง" พอรอบสองมามุกเดิม สมชายลองโทรหาพี่สาวเพื่อน ปรากฏว่าพ่อนั่งเล่นสบายใจอยู่บ้าน สรุปคือโป๊ะแตก บล็อกไลน์ยาวครับ

    เคสค่าเทอมลูกเพื่อน
    เพื่อนมาขอบอกไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก พี่ใหญ่บอกว่าจะแวะไปจ่ายให้ตรงกับห้องการเงินโรงเรียนเลย พอไปถึง เจ้าหน้าที่บอกว่า "อ๋อ ค่าเทอมเด็กคนนี้จ่ายเรียบร้อยแล้วค่ะ" หลังจากนั้นมา พี่ใหญ่บอกเลยว่าเลิกเกรงใจ ปฏิเสธคือปฏิเสธ ไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป

    3. ตี๋เล็ก: สายโหด ตรงไปตรงมา (เจ็บจบ แยกเรื่องเงินและความสัมพันธ์)

    ในมุมของหนุ่มรุ่นใหม่อย่างตี๋เล็ก วิธีแก้ปัญหานี้ง่ายมากคือ "ตัดความไว้ใจและตัดความเกรงใจทิ้งไปซะ" ใครจะมองว่าเขาเห็นแก่ตัวหรือไร้น้ำใจเขาก็ไม่สน เพราะสุดท้ายถ้าเขาเบี้ยวหนี้ หรือเราไม่ให้ยืม เราก็กลายเป็นคนเลวในสายตาเขาอยู่ดี สู้ยอมเป็นคนเลวตั้งแต่วันแรกที่ปฏิเสธ แต่เงินเรายังอยู่ครบไม่ดีกว่าเหรอ?

    ความพีคคือ ตี๋เล็กกับภรรยาขนาดยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ยังคุยกันเลยว่าถ้าวันหนึ่งต้องให้เซ็นค้ำประกันอะไรให้ แล้วภรรยาปฏิเสธ เขาก็จะไม่โกรธ เพราะเรื่องเงินกับความสัมพันธ์ต้องแยกจากกัน

    ถ้าเป็นเพื่อนฝูงคนนอก แกคือ "ไม่เซ็นและไม่พิจารณาทุกกรณี" ส่วนคนในครอบครัวก็ต้องเอาเอกสารมากางดูก่อน ถ้าดูทรงแล้วเสี่ยงเจ๊งหรือมีกลิ่นแปลกๆ ก็ไม่เซ็นให้เหมือนกัน

    บทเรียนราคาแพง "เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด"

    ระบบค้ำประกันหรือการให้ยืมเงินเพราะความเกรงใจ ทำลายความสัมพันธ์มานักต่อนักแล้ว ญาติพี่น้องตีกระเจิง เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดก็เพราะเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ปฏิเสธให้เป็นตั้งแต่วันแรก เจ็บสั้นดีกว่าปวดข้ามปี

    แต่คำถามคือ... ทำไมการปฏิเสธคน หรือการยอมถูกมองว่าเป็นคนใจดำ มันถึงทำยากขนาดนั้นสำหรับเรา?

    ทำไมเราต้องเอาความสุข เอาเงินทอง หรืออนาคตของเราไปเสี่ยง เพียงเพราะกลัวว่าคนอื่นจะไม่รัก กลัวว่าคนอื่นจะมองเราไม่ดี?

    ถ้าคุณกำลังติดหล่มความรู้สึกแบบนี้ ผมขอแนะนำหนังสือเปลี่ยนชีวิตเล่มหนึ่ง หนังสือที่จะช่วยดึงคุณออกจากบทบาท "คนดีที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อคนอื่น" นั่นคือหนังสือ "กล้าที่จะถูกเกลียด"

    หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้เราไปเดินหาเรื่องให้คนอื่นเกลียดนะ แต่สอนปรัชญาจิตวิทยาแนวอัลเฟรด แอดเลอร์ ที่บอกว่า "ความทุกข์ทั้งหมดของมนุษย์ เกิดจากเรื่องความสัมพันธ์" และทางออกที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้คุณมีความสุขและเป็นอิสระ คือการรู้จัก "แยกแยะธุระ"

    การขอยืมเงินเป็น "ธุระของเขา" (เพราะเขาเดือดร้อน)

    แต่การจะให้ยืมหรือไม่ให้ยืม เป็น "ธุระของเรา" (เรามีสิทธิ์เลือก)

    ส่วนเขาจะโกรธ จะเกลียด หรือจะมองว่าเราไร้น้ำใจหลังจากที่เราปฏิเสธ... นั่นก็เป็น "ธุระของเขา" ไม่ใช่ธุระของเรา เราไม่จำเป็นต้องแบกรับความรู้สึกของคนอื่นจนตัวเองพังเหมือนอย่างเคสของพี่ใหญ่หรืออาจารย์ดาว

    ถ้าวันนี้คุณอยากเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่มีจุดยืนที่ชัดเจน กล้าปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาแบบ "ตี๋เล็ก" โดยที่ไม่ต้องมานั่งรู้สึกผิดทีหลัง หนังสือ "กล้าที่จะถูกเกลียด" เล่มนี้คือคู่มือชีวิตที่คุณต้องอ่าน

    เลิกเป็นคนดีขี้เกรงใจที่ต้องคอยซับน้ำตาให้คนอื่น แล้วหันมากล้าที่จะถูกเกลียด เพื่อปกป้องความสุขและเงินในกระเป๋าของตัวเองกันเถอะ



    หนังสือเล่มดัง เปลี่ยนคนขี้เกรงใจให้มีชีวิตใหม่แบบไม่ต้องยอมใคร

    หลายคนมักคิดว่าการทำตัวเป็นคนดี เออออห่อหมก และรักษาน้ำใจทุกคนรอบตัวจะทำให้เรามีความสุข แต่ความเป็นจริงมันตรงกันข้ามเลย ยิ่งเราพยายามทำดีเพื่อเอาใจคนอื่นมากเท่าไหร่ ก็เหมือนเรากำลังทิ้งชีวิตและตัวตนของตัวเองไปมากเท่านั้น แล้วแบบนี้เราจะไปมีความสุขได้ยังไง

    หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มานั่งสอนทฤษฎีจืดชืดน่าเบื่อ แต่ตั้งใจมาทุบกรอบความคิดเดิมๆ ของเราให้พังทลายลง ผ่านมุมมองที่คาดไม่ถึง

    👉 เล่าเรื่องผ่านบทสนทนา 5 คืน อ่านสนุกเหมือนดูละคร

    ลืมภาพหนังสือจิตวิทยาเล่มหนาๆ ที่อ่านแล้วชวนง่วงไปได้เลย ความยาว 313 หน้าของเล่มนี้ เล่าเรื่องผ่านบทสนทนาโต้ตอบเชิงปรัชญาระหว่างคนสองคน

    นักปรัชญา
    ชายผู้รักความสันโดษที่มองว่าโลกนี้เรียบง่าย และเราทุกคนมีความสุขได้ทันทีในวินาทีนี้เลย

    ชายหนุ่ม
    คนที่แบกความทุกข์ ความสับสน และมองโลกในแง่ร้าย เดินเข้ามาท้าทาย ตั้งคำถาม และพยายามหักล้างแนวคิดของนักปรัชญาแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

    วิธีการเล่าแบบนี้ทำให้เนื้อหาอ่านง่าย ใช้ภาษาเป็นกันเอง ทีมแปลทำการบ้านมาดีมาก มีอารมณ์ขันและจังหวะรับส่งที่ดุเดือด เรื่องปรัชญาญาณที่ดูเข้าถึงยากเลยกลายเป็นเรื่องสนุก เหมือนเรากำลังนั่งฟังเพื่อนเถียงกัน แทนที่จะรู้สึกว่ากำลังโดนสอน เรากลับได้คิดตามชายหนุ่มที่คอยทำหน้าที่เถียงแทนเราในทุกจุดที่คาดไม่ถึง

    👉 แข็งแกร่งด้วยทฤษฎี "จิตวิทยาแอดเลอร์"

    ตัวเล่มสกัดเอาแก่นคำสอนกว่า 100 ปีของ อัลเฟรด แอดเลอร์ นักจิตวิทยาผู้ได้รับการยกย่องในเรื่องการพัฒนาตนเอง จุดเด่นของทฤษฎีนี้คือการย้ำว่า อดีตไม่ได้กำหนดปัจจุบัน และเราเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อมีความสุขได้ทันที

    ถ้าพูดให้เห็นภาพชัดๆ เวลาคนสายยอมปฏิเสธใครไม่เป็นมักจะคิดว่า "ก็ฉันเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" แต่จิตวิทยาแอดเลอร์จะสะกิดเรียกสติทันทีว่า "ไม่จริง ที่ไม่ปฏิเสธไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ แต่เลือกที่จะไม่ทำเองต่างหาก เพราะกลัวว่าถ้าพูดคำนั้นออกไปแล้วเขาจะไม่รัก"

    หนังสือเล่มนี้จะดึงอำนาจในการควบคุมชีวิตกลับมาไว้ในมือเราเอง ไม่ใช่ทิ้งไว้กับอดีตหรือคำพูดของคนอื่น

    👉 ปลดล็อกความทุกข์ด้วยเรื่องใกล้ตัว

    ในเล่มหยิบยกเรื่องธรรมดามาเปรียบเทียบจนเราเถียงไม่ออก อย่างเรื่อง "น้ำในบ่ออุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส" น้ำในบ่อลึกไม่ว่าใครจะมาวัดตอนไหน อุณหภูมิก็เท่าเดิมตลอดทั้งปี นั่นคือข้อเท็จจริง แต่ทำไมพอเราดื่มตอนหน้าร้อนกลับรู้สึกเย็นชื่นใจ แต่ว่าพอดื่มตอนหน้าหนาวกลับรู้สึกว่ามันอุ่นล่ะ?

    นั่นเป็นเพราะความรู้สึกของเราไปปรุงแต่งมันเอง โลกไม่ได้วุ่นวาย ตัวเราต่างหากที่ทำให้มันวุ่นวาย ถ้าเปลี่ยนมุมมองและถอดอคติออก ชีวิตจะเรียบง่ายขึ้นทันที เหมือนน้ำในบ่อที่ไม่เคยเปลี่ยน แต่วิธีรับมือของเราต่างหากที่เปลี่ยนไป

    👉 สิ่งที่จะได้ติดตัวไปหลังจากอ่านจบ

    เมื่อเปิดใจอ่านเนื้อหาทั้ง 5 คืน ตั้งแต่เรื่องการเลิกเชื่อแผลใจในอดีต ไปจนถึงการใช้ชีวิต ณ วินาทีนี้อย่างจริงจัง สิ่งที่จะได้กลับคืนมาคือ

    ทักษะการแยกแยะธุระ
    วิธีนี้มีประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด หนังสือสอนให้แยกแยะว่าอะไรคือเรื่องของเรา และอะไรคือเรื่องของคนอื่น เช่น มีคนมาขอยืมเงิน การยืมเป็นเรื่องของเขาเพราะเขาเดือดร้อน

    ส่วนการจะให้หรือปฏิเสธเป็นเรื่องของเราเพราะเป็นเงินของเรา ส่วนเขาจะโกรธ จะเกลียด หรือมองว่าเราใจดำหลังจากโดนปฏิเสธ... นั่นเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเราอีกต่อไป เราไม่จำเป็นต้องแบกความคาดหวังของใครจนชีวิตตัวเองพัง

    กล้าปฏิเสธอย่างมีจุดยืน
    เลิกเกรงใจไม่เข้าเรื่อง เลิกเอาความสุขของตัวเองไปเซ่นสังเวยให้คนอื่นยอมรับ การถูกเกลียดไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่เป็นหลักฐานที่แสดงว่าเรากำลังใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ไม่ใช่ชีวิตที่คนอื่นอยากให้เป็น

    พกพาสะดวก หยิบอ่านง่าย
    ตัวเล่มออกแบบมาพอดีมือ ขนาดประมาณ 18.4 x 12.8 เซนติเมตร หนา 1.8 เซนติเมตร น้ำหนักเบาแค่สามขีดนิดๆ หยิบใส่กระเป๋าไปอ่านระหว่างเดินทาง นั่งร้านกาแฟ หรืออ่านก่อนนอนได้สบาย ไม่หนักมือ

    สำหรับข้อมูลตัวเล่ม หนังสือชื่อว่า "กล้าที่จะถูกเกลียด" เขียนโดย คิชิมิ อิชิโร และ โคะกะ ฟุมิทะเกะ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วีเลิร์น (WeLearn) อยู่ในหมวดจิตวิทยาและการพัฒนาตัวเอง มีจำนวนทั้งหมด 313 หน้า รหัสบาร์โค้ดสินค้าคือ 9786162871429



    เลิกเป็นคนดีที่ไร้ความสุข แล้วหันมากล้าถูกเกลียดกันเถอะ

    คำแนะนำในหนังสือเล่มนี้อาจจะฟังดูย้อนแย้งและขัดกับนิสัยชอบประนีประนอมในตอนแรก แต่ถ้าลองอ่านไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าสุดท้าย จะรู้สึกคล้อยตามอย่างน่าทึ่ง และนำไปปรับใช้เพื่อกู้คืนชีวิตที่พังจากความขี้เกรงใจให้กลับมาแข็งแกร่ง มีภูมิคุ้มกันในการรับมือคนรอบข้าง หรือกล้าตัดไฟแต่ต้นลมได้แน่นอน

    การใจอ่อนให้ยืมเงินหรือเซ็นค้ำประกันเพราะกลัวเขาเกลียด สุดท้ายถ้าเขาเบี้ยวหนี้ ก็ต้องเกลียดกันอยู่ดีแถมเงินสูญอีก สู้ยอมโดนเกลียดตั้งแต่วันแรกที่ปฏิเสธ แต่เงินของเรายังอยู่ครบ ชีวิตปลอดภัย ไม่ต้องมานั่งปวดหัวข้ามปี แบบนี้ดีกว่าเห็นๆ

    อย่าปล่อยให้คำว่าคนดีกลายเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามเราไว้กับปัญหาของคนอื่นเลย ลองหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน แล้วเปิดประตูสู่ชีวิตที่เป็นอิสระ มีความสุขในแบบที่ต้องการอย่างแท้จริงกันดีกว่า

    Product Image
    กล้าที่จะถูกเกลียด หนังสือจิตวิทยาพัฒนาตัวเองยอดขายอันดับหนึ่งจากสำนักพิมพ์ วีเลิร์น (WeLearn)
    มาเปลี่ยนชีวิตคุณด้วยการสกัดแก่นคำสอนของ อัลเฟรด แอดเลอร์ ในรูปแบบบทสนทนา 5 คืน อ่านง่าย ชวนติดตาม หากคุณกำลังมองหาวิธีปฏิเสธคน คัดกรองความสัมพันธ์ และอยากหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ของความขี้เกรงใจ หนังสือความหนา 313 หน้าเล่มนี้คือคู่มือชีวิตที่ดีที่สุด
    Product Image
    กล้าที่จะถูกเกลียด คัมภีร์จิตวิทยา How-to ยอดนิยม
    รูปเล่มขนาดกะทัดรัด 18.4 x 12.8 ซม. พกพาง่ายด้วยน้ำหนักเพียง 0.306 กก. โดดเด่นด้วยเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความสุขที่แท้จริงผ่านแนวคิด "การแยกแยะธุระ" ชวนให้คุณเป็นเจ้าของหนังสือแปลคุณภาพเล่มนี้เพื่อพัฒนาตนเองและกู้คืนอิสรภาพในชีวิตได้แล้ววันนี้

    ข้อมูล หนังสือจิตวิทยาเปลี่ยนชีวิต "กล้าที่จะถูกเกลียด" คัมภีร์ทลายนิสัยขี้เกรงใจ
    คุณสมบัติสินค้า รายละเอียดสเปก
    ชื่อหนังสือ กล้าที่จะถูกเกลียด
    ผู้เขียน คิชิมิ อิชิโร, โคะกะ ฟุมิทะเกะ
    สำนักพิมพ์ วีเลิร์น (WeLearn)
    หมวดหมู่ หนังสือทั่วไป, จิตวิทยา การพัฒนาตัวเอง, How to
    จำนวนหน้า 313 หน้า
    ขนาดสินค้า 18.4 x 12.8 x 1.8 CM
    น้ำหนัก 0.306 KG
    รหัสบาร์โค้ด 9786162871429
    วันที่วางขายครั้งแรก 11 พ.ค. 2559
    รูปแบบการนำเสนอ บทสนทนาโต้ตอบเชิงปรัชญาและจิตวิทยา (แบ่งเป็น 5 คืน)
    ทฤษฎีพื้นฐานที่ใช้ จิตวิทยาของ อัลเฟรด แอดเลอร์ (Alfred Adler) บิดาแห่งการพัฒนาตนเอง

      Translate