สมุดโน๊ตบันทึก Moleskine Classic จดเรื่องราวปริศนาเมืองที่หายไปใต้ทะเลสาบ 50 ปี


สมุดโน๊ตบันทึก Moleskine Classic Notebook เมื่อ "ความทรงจำ" คือสิ่งเดียวที่กระแสน้ำแห่งกาลเวลาไม่สามารถกัดเซาะได้ เฉกเช่นเรื่องราวของ Aceredo หมู่บ้านที่จมหายอยู่ใต้ผืนน้ำอันนิ่งสงบในประเทศสเปน แต่กลับสามารถโผล่พ้นน้ำเพื่อกลับมาเล่าเรื่องราวของตัวเองได้อีกครั้งในทุกๆ ครึ่งศตวรรษ

การบันทึกเรื่องราวในชีวิตของเราก็เช่นกัน หากคุณไม่อยากให้ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์จมหายไปในทะเลแห่งความหลงลืม

ร่วมออกเดินทางสำรวจแคปซูลเวลาธรรมชาติชิ้นนี้ พร้อมค้นพบเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะช่วยสตัฟฟ์ทุกความทรงจำของคุณให้คงอยู่ตลอดไป ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่งไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็กเล่มนี้


  • ข้อมูล สมุดโน๊ตบันทึก Moleskine Classic Notebook สมุดบันทึก ปกแข็ง มีเส้นบรรทัด ไซส์พกพา


  • เมืองที่หายไปใต้ทะเลสาบ และการบันทึกเรื่องราวที่ไม่มีวันเลือนหาย

    สถานที่แห่งหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็น "แคปซูลเวลา" คอยล็อกอดีตไว้ใต้ผืนน้ำอันนิ่งสงบ และจะยอมเปิดเผยเรื่องราวเหล่านั้นออกมาให้โลกเห็นเพียงไม่กี่ครั้งในรอบครึ่งศตวรรษ

    เรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในมิติที่ซ้อนทับ แต่อยู่ที่แคว้นกาลิเซีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ณ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า Aceredo


    ย้อนกลับไปก่อนปี ค.ศ. 1992 Aceredo เคยเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันตามท้องถนน เสียงพูดคุยทักทายของผู้คนในร้านค้าท้องถิ่น และกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัวที่สืบทอดความทรงจำกันมาหลายชั่วอายุคน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและปกติสุข

    จนกระทั่งวันหนึ่งที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาถึง เมื่อรัฐบาลมีโครงการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งหมายความว่าพื้นที่ทั้งหมดของหมู่บ้านจะต้องถูกฝังอยู่ใต้บาดาล

    ชาวบ้านทุกคนจำเป็นต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน ละทิ้งบ้านเรือน ทิ้งเศษเสี้ยวชีวิต และความทรงจำมากมายไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้สายน้ำหลากเข้ามากลืนกินทุกสิ่งจนจมหายไปใต้ทะเลสาบ ราวกับว่าเมืองนี้ไม่เคยมีตัวตนอยู่บนแผนที่โลกอีกต่อไป

    เวลาล่วงเลยผ่านไปเนิ่นนานหลายสิบปี ผืนน้ำด้านบนยังคงนิ่งสงบ คลื่นซัดสาดไปตามแรงลม ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีสิ่งใดใต้ผืนน้ำนั้นหลุดรอดออกมาได้

    จนกระทั่งเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่คาดฝัน ในช่วงที่เกิดภัยแล้งรุนแรง ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำลดฮวบลงอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดวิกฤต

    และในวินาทีนั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์ปนความน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏแก่สายตา ซากของหมู่บ้าน Aceredo ทั้งหมู่บ้านค่อยๆ โผล่พ้นน้ำขึ้นมาท้าทายแสงแดดอีกครั้ง


    นักท่องเที่ยวและผู้คนที่เดินทางไปเยือนในเวลานั้นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ความรู้สึกแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปสัมผัสคือ "เหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกหลังวันสิ้นโลก"

    บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบงัน แต่ว่าเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่สะกดให้เราหยุดนิ่ง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่ตรงนั้น บ้านหินโบราณยังตั้งตระหนักแม้จะถูกกัดเซาะด้วยกระแสน้ำมานานปี

    เส้นทางสายเก่าที่เคยใช้สัญจรยังคงมองเห็นทอดยาวผ่านตัวหมู่บ้าน หน้าต่างไม้และหน้าต่างกระจกบางบานยังคงอยู่ครบถ้วนในกรอบเดิม และเมื่อมองลึกเข้าไปในเศษซากเหล่านั้น

    คุณจะพบกับขวดแก้ว จานชาม และสิ่งของเครื่องใช้บางชิ้นที่ยังวางนิ่งอยู่ในตำแหน่งเดิมของมัน ราวกับว่าผู้คนเพิ่งจะลุกออกจากโต๊ะอาหารแล้วเดินจากไปเมื่อวานนี้เอง ไม่ใช่เมื่อสามสิบปีก่อน

    ในทางวิทยาศาสตร์ นักวิชาการมักเรียกสถานที่ลักษณะนี้ว่า "Ghost Village" หรือ "หมู่บ้านผี" ซึ่งกระจัดกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลก


    แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเมืองเหล่านั้นจมลงสู่ใต้น้ำ พวกมันก็จะถูกธรรมชาติกลืนกินและเสื่อมสลายหายไปตลอดกาล แต่ว่า Aceredo กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้สูญสลายไปตามกาลเวลา แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนสมุดบันทึกเล่มหนาที่ธรรมชาติช่วยปิดสลักเอาไว้ และจะเปิดออกให้คนรุ่นหลังได้เปิดอ่านก็ต่อเมื่อระดับน้ำลดลง เพื่อเล่าเรื่องราวของตัวเองอีกครั้ง

    เรื่องราวของเมืองที่หายไปนี้ทำให้เรากลับมานั่งคิดกับตัวเองว่า ในชีวิตของคนเรา มีเรื่องราวและความทรงจำมากมายขนาดไหนที่ถูกกระแสน้ำแห่งความเร่งรีบในชีวิตประจำวันท่วมทับจนจมหายไป?

    บ่อยครั้งที่เราคิดไอเดียเจ๋งๆ ออกตอนเดินเล่น พลันสายความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว แต่พอเดินผ่านไปไม่กี่นาที ไอเดียนั้นก็จมหายไปในทะเลแห่งความลืมเลือน น่าเสียดายที่ในสมองของเราไม่มีปรากฏการณ์น้ำลดที่จะช่วยกู้คืนความทรงจำเหล่านั้นกลับมาได้ทุก 50 ปีเหมือนเมือง Aceredo

    มนุษย์เราถึงยังจำเป็นต้องมี "เครื่องมือบันทึกความทรงจำ" ที่ดีเยี่ยมอยู่เคียงข้างกายตลอดเวลา และถ้าหากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่จะมาทำหน้าที่เป็นแคปซูลเวลาส่วนตัว คอยล็อกเก็บไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวสำคัญในชีวิตไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ไม่มีสิ่งใดจะคู่ควรไปกว่า สมุดโน๊ตบันทึก Moleskine Classic Notebook (สมุดบันทึก ปกแข็ง มีเส้นบรรทัด ไซส์พกพา Pocket 9x14 ซม.) เล่มนี้อีกแล้ว


    สมุดเล่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ความทรงจำของคุณอย่างแท้จริง ด้วยคุณสมบัติและประโยชน์รอบด้านที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

    ปกแข็งหุ้มหนัง PU เกรดพรีเมียม (Hard Cover & PU Leather)
    โครงสร้างปกที่แข็งแรงทนทาน เปรียบเสมือนกำแพงหินของหมู่บ้าน Aceredo ที่พร้อมปกป้องเนื้อหาด้านในจากแรงกดทับ การฉีกขาด หรือความเสียหายจากการพกพาไปในทุกๆ สถานที่ มอบสัมผัสที่หรูหรา คลาสสิก และภูมิฐานทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้งาน

    ไซส์พกพา Pocket ขนาด 9x14 ซม.
    ด้วยสัดส่วนที่กะทัดรัดและน้ำหนักที่เบาเพียง 0.08 กิโลกรัม ทำให้สมุดเล่มนี้สามารถติดตัวคุณไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะใส่ในกระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต หรือช่องเล็กๆ ในกระเป๋าเป้ คุณจึงพร้อมที่จะหยิบปากกาขึ้นมาตวัดบันทึกทุกไอเดียที่แล่นเข้ามาในหัวได้ทันที โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องความเกะกะ



    เนื้อกระดาษถนอมสายตา Green Read 70 แกรม (Ivory-colored, Acid-free Paper)
    มอบประสบการณ์การเขียนที่เหนือระดับด้วยกระดาษสีไอวอรี่นวลตา ผิวสัมผัสเรียบเนียน เนื้อกระดาษปราศจากกรด (Acid-free) ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้หมึกปากกาไม่ซีดจาง และกระดาษไม่เหลืองกรอบเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี ทำให้ทุกตัวอักษรและทุกความทรงจำของคุณถูกสตัฟฟ์ไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่งไว้

    การออกแบบที่ใส่ใจทุกรายละเอียด (Functional Design)
    สมุดเล่มนี้มาพร้อมกับขอบมุมมนเพื่อลดการสึกหรอ, สายรัดยางยืด (Elastic closure) ที่ช่วยปิดสมุดให้สนิทป้องกันหน้ากระดาษยับ, ริบบิ้นคั่นหนังสือสีเข้าคู่กันเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเปิดหน้าถัดไป และช่องเก็บของอเนกประสงค์ด้านหลังที่ขยายออกได้ (Expandable inner pocket) สำหรับเก็บเศษตั๋วเดินทาง นามบัตร หรือบันทึกแผ่นเล็กๆ

    กางเขียนได้แบนราบ 180 องศา (Lies flat)
    ขจัดปัญหาความหงุดหงิดเวลาจดบันทึกด้วยการเข้าเล่มที่ประณีต ยอมให้สมุดกางแผ่ออกได้ราบสนิท 180 องศา ทำให้คุณสามารถเขียนได้ตั้งแต่ตัวอักษรแรกจนถึงตัวอักษรสุดท้ายของหน้ากระดาษอย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด



    พื้นที่แสดงสิทธิ์ "In case of loss"
    พิมพ์ข้อความพิเศษไว้ที่หน้าแรก เพื่อให้คุณระบุชื่อ ข้อมูลติดต่อ และจำนวนเงินรางวัลสำหรับผู้ที่เก็บได้ ในกรณีที่สมุดเล่มสำคัญนี้บังเอิญพลัดหลงไป เพื่อให้เรื่องราวของคุณได้มีโอกาสเดินทางกลับมาหาคุณอีกครั้ง

    เมื่อเรามองดูซากเมือง Aceredo ที่เผยโฉมขึ้นมาเหนือน้ำ เราจะพบว่าคุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่อิฐหรือหิน แต่อยู่ที่ "เรื่องราว" ที่มันเก็บรักษาเอาไว้

    เช่นเดียวกับสมุด Moleskine Classic Notebook เล่มนี้ เมื่อคุณเริ่มจรดปากกาลงบนกระดาษมีเส้นบรรทัด (Ruled Layout) ที่จัดระเบียบความคิดได้อย่างยอดเยี่ยม ทุกถ้อยคำ ทุกไดอารี่ประจำวัน หรือบันทึกการประชุมของคุณ

    จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ส่วนตัว กระดาษที่ทำจากวัสดุ FSC™ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมาจากป่าไม้ที่ยั่งยืนนี้ พร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่เป็นผืนแผ่นดินรองรับจินตนาการของคุณ

    สมุด Moleskine Classic Notebook ไซส์ Pocket ยังมาพร้อมกับเฉดสีที่หลากหลายเพื่อสะท้อนตัวตนของคุณอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
    ความสุขุมลุ่มลึกของสีดำ (Black)
    ความร้อนแรงที่มีพลังของสีแดง (Scarlet Red)
    ความสงบเงียบของสีเขียวลึก (Myrtle Green)
    ความสดใสปลุกความคิดสร้างสรรค์ของสีเขียวเลมอน (Lemon Green)
    หรือความน่าค้นหาของเฉดสีน้ำเงินและฟ้าอย่าง Sapphire Blue, Reef Blue และ Hydrangea Blue

    ทุกสีล้วนได้รับการออกแบบมาเพื่อบ่งบอกสไตล์ความเป็นตัวคุณ


    บางที... สิ่งที่หายไปอาจไม่ได้หายไปจริงๆ พวกมันเพียงแค่กำลังรอคอยเครื่องมือที่เหมาะสมในการปลุกพวกมันให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง อย่าปล่อยให้ความคิดดีๆ หรือความทรงจำอันมีค่าของคุณต้องจมหายไปใต้ผืนน้ำแห่งความหลงลืม

    ให้ Moleskine Classic Notebook เล่มนี้ เป็นแคปซูลเวลาส่วนตัวที่เปิดรับทุกเรื่องราวของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่ว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า เมื่อคุณหรือคนรุ่นหลังได้เปิดสมุดเล่มนี้ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง... เรื่องราวเหล่านั้นจะยังคงแจ่มชัด ทรงคุณค่า และกลับมาปรากฏตัวได้อย่างงดงามที่สุด


    ข้อมูล สมุดโน๊ตบันทึก Moleskine Classic Notebook สมุดบันทึก ปกแข็ง มีเส้นบรรทัด ไซส์พกพา
    คุณสมบัติ / รายละเอียด ข้อมูลจำเพาะ (Specifications)
    แบรนด์สินค้า MOLESKINE (โมเลสกิน)
    รุ่นสินค้า Classic Notebook Hard Cover | Ruled | Pocket 9x14 cm
    ประเภทสมุด สมุดจดบันทึก (Notebook)
    รูปแบบกระดาษ มีเส้นบรรทัด (Ruled Layout)
    ขนาดสมุด (ไซส์พกพา) Pocket (9 x 14 ซม. หรือ 3.8 x 0.65 x 5.75 นิ้ว)
    จำนวนหน้า 192 หน้า
    ความหนากระดาษ 70 แกรม (70 g/m²)
    ประเภทเนื้อกระดาษ กระดาษถนอมสายตา (Green Read Paper) สีไอวอรี่นวลตา และปราศจากกรด (Acid-free)
    วัสดุปก หนัง PU (PU Leather) ปกแข็ง (Hard Cover)
    น้ำหนักสินค้า 2.82 ออนซ์ (ประมาณ 0.08 กิโลกรัม)
    มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุจากป่าไม้ที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน มาตรฐาน FSC™
    การรับประกัน มีการรับประกันจากผู้ผลิต

      Translate