Frozen in Time หนังสือที่จะพาไปเปิดความลับ เมืองลับใต้ธารน้ำแข็ง 1,400 ปี


หนังสือสารคดี Frozen in Time : The Fate of the Franklin Expedition จะพาลืมภาพสารคดีประวัติศาสตร์แบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะนี่คือผลงานที่จะพาคุณไปถอดรหัสความลับใต้พื้นน้ำแข็งอันทรงพลัง เริ่มต้นจากเรื่องราวชวนทึ่งในปัจจุบันที่ธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังละลาย จนเผยให้เห็น "เมืองลับใต้ธารน้ำแข็ง" และเส้นทางการค้าลึกลับของชาวไวกิ้งที่หายสาบสูญไปนานกว่า 1,400 ปี

ธรรมชาติได้ทำหน้าที่เป็นตู้แช่แข็งยักษ์ ล็อกเวลาและรักษาวัตถุโบราณอย่างรองเท้าหนัง เสื้อผ้าขนสัตว์ หรือลูกศรให้ยังคงสภาพสมบูรณ์เหมือนเพิ่งถูกวางทิ้งไว้เมื่อวาน

และหนังสือเล่มนี้เองที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการพาทุกคนไปเจาะลึกว่า อำนาจแห่งความเยือกแข็งสามารถเก็บซ่อนปริศนาและโศกนาฏกรรมที่โลกเกือบลืมไว้ได้น่าสะพรึงกลัวและยิ่งใหญ่ขนาดไหน


  • ข้อมูล หนังสือสารคดี Frozen in Time : The Fate of the Franklin Expedition


  • ความเยือกแข็งคายความลับของอดีต ‘เมืองลับใต้ธารน้ำแข็ง’ และกุญแจไขหน้าประวัติศาสตร์ที่โลกเกือบจะลืม

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ นักโบราณคดีทั่วโลกต่างตื่นเต้นกับปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งมากๆ เมื่อธารน้ำแข็งเก่าแก่ที่ปกคลุมแถบเทือกเขาในยุโรปเหนือมานานหลายศตวรรษเริ่มละลายและถอยร่นออกไป

    ทิ้งร่องรอยอันน่าพิศวงของ "เส้นทางการค้าลึกลับ" หรือที่หลายคนเปรียบเปรยว่าเป็น "เมืองลับใต้ธารน้ำแข็ง" ที่จมดิ่งและหายสาบสูญไปนานกว่า 1,400 ปี


    สิ่งที่ถูกเปิดเผยออกมาไม่ใช่แค่ก้อนหินหรือเศษไม้ผุพังธรรมดาๆ นะ แต่เป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์จนน่าตกใจ

    ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าหนังโบราณที่ยังคงรูปทรงชัดเจน เสื้อผ้าขนสัตว์ที่เส้นใยยังไม่ฉีกขาด เกือกม้าของม้าเดินทาง เครื่องมือไม้ หรือแม้กระทั่งลูกศรที่ยังคงความคมกริบเหมือนเพิ่งถูกเหลามาใหม่ๆ

    สิ่งของเหล่านี้รอดพ้นจากการผุพังมาได้ยาวนานเป็นพันปี ก็เพราะน้ำแข็งทำหน้าที่เป็น "ตู้แช่แข็งยักษ์" ของธรรมชาตินั่นเอง มันหยุดเวลา ล็อกทุกสภาพแวดล้อม และปกป้องวัตถุเหล่านี้จากแบคทีเรีย ทำหน้าที่เหมือน "แคปซูลเวลา" ที่ธรรมชาติจงใจปิดผนึกไว้

    นักวิจัยเชื่อว่าเส้นทางสายนี้เคยเป็นทางลัดสำคัญของพ่อค้าและนักเดินทางในยุคไวกิ้งที่ยอมเสี่ยงชีวิตขนสินค้าข้ามภูเขาสูงท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย


    บางคนทำของตกหล่น บางคนอาจไม่ได้กลับมาอีกเลย... และในวันนี้ เมื่อธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้นจากสภาวะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง อดีตที่เคยถูกกลืนกินจึงเผยโฉมออกมาอีกครั้ง

    รองเท้าขาดๆ เพียงคู่หนึ่ง หรือสิ่งของที่โผล่พ้นน้ำแข็งออกมา กำลังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสุดท้าย เล่าเรื่องราวของนักเดินทางที่มีชีวิตอยู่เมื่อพันปีก่อน... เรื่องราวที่ครั้งหนึ่งโลกเคยลืมเลือนไปแล้ว

    แต่การละลายของน้ำแข็งไม่ได้มอบแค่ร่องรอยของยุคไวกิ้งเท่านั้น หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในความลึกลับของอดีต และอยากรู้ว่าอำนาจแห่งความเยือกแข็งสามารถเก็บซ่อน "ความลับ" ที่น่าสะพรึงกลัวและยิ่งใหญ่ได้ลึกซึ้งขนาดไหน

    มีหนังสือสารคดีระดับโลกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ "Frozen in Time: The Fate of the Franklin Expedition" ผลงานการเขียนอันทรงคุณค่าโดย Owen Beattie และ John Geiger

    ซึ่งจะพาล่วงลึกเข้าไปในดินแดนอาร์กติก เพื่อดูว่าเมื่อความเยือกแข็งทำงานร่วมกับโบราณคดีและนิติวิทยาศาสตร์ ผลลัพธ์ที่ได้มันจะเขย่าขวัญและทรงพลังขนาดไหน

    👉 เปิดโลกทัศน์และไขปริศนาด้วยวิทยาศาสตร์

    การได้ไขปริศนาที่มืดมนมานานกว่าศตวรรษด้วยหลักฐานทางกายภาพจริง หนังสือจะพาคุณไปดูว่า วิทยาศาสตร์สมัยใหม่สามารถ "บังคับให้ศพพูดได้" อย่างไร การตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อและเส้นผมของลูกเรือที่ถูกสตาฟไว้ในน้ำแข็ง

    เผยให้เห็นถึงร่องรอยของ "พิษตะกั่ว" ที่ปนเปื้อนมาจากเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นอย่างอาหารกระป๋อง ซึ่งกลับกลายเป็นยาพิษที่ทำลายระบบประสาทและร่างกายของพวกเขาจนนำไปสู่ความหายนะและพฤติกรรมสุดท้ายที่น่าเวทนา

    ประโยชน์ในแง่นี้ทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เทคโนโลยีและสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบต่อขีดจำกัดของมนุษย์อย่างไร

    นอกจากนี้ หนังสือยังมอบ ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบของสภาพภูมิอากาศต่อการอนุรักษ์ ช่วยให้เราเห็นภาพกว้างว่า พื้นที่หนาวจัดทั่วโลกเป็นคลังเก็บข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติได้อย่างไร

    การอ่านหนังสือเล่มนี้ควบคู่ไปกับการติดตามข่าวสารเรื่องธารน้ำแข็งละลายในปัจจุบัน จะทำให้คุณมองเห็น "สัญญาณเตือน" ของธรรมชาติได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าในขณะที่น้ำแข็งละลายคายความลับในอดีตออกมาให้เราเรียนรู้

    แต่อีกมุมหนึ่ง มันก็กำลังทำลายห้องสมุดธรรมชาติที่เก็บรักษาความลับของบรรพบุรุษเราไปพร้อมๆ กันด้วย


    👉 จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังสือ Frozen in Time

    งานเขียนสืบสวนทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มข้น
    การันตีโดยคำนิยมจาก Margaret Atwood นักเขียนชื่อดัง และสื่อระดับโลกอย่าง The New York Times ว่าเป็นงานสืบสวนทางโบราณคดีที่น่าตื่นเต้นและระทึกขวัญที่สุด จนสารคดีโทรทัศน์ต้องนำไปสร้างตาม

    แคปซูลเวลามีชีวิต
    ถ่ายทอดภาพถ่ายและเรื่องราวการชันสูตรศพจากยุคอดีตที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยอำนาจแห่งความเย็น ให้ความรู้สึกสมจริงและน่าค้นหาเหมือนได้ร่วมทีมขุดค้นไปด้วยตัวเอง

    ข้อมูลอัปเดตสมบูรณ์
    มีเนื้อหาครอบคลุมไปถึงการค้นพบซากเรือที่สาบสูญจริงในปี 2014 และปีถัดๆ มา ทำให้เนื้อหาจบสมบูรณ์ในเล่ม ไม่ค้างคา

    สร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่
    เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องสภาวะอากาศโลก (Climate Change), โบราณคดี, นิติวิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์การผจญภัยของมนุษย์

    👉 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับทุกคน

    หากเรื่องราวของเส้นทางการค้าไวกิ้งและรองเท้าหนังโบราณอายุ 1,400 ปีที่โผล่มาจากธารน้ำแข็งละลาย สามารถจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นในใจคุณได้

    หนังสือ "Frozen in Time: The Fate of the Franklin Expedition" เล่มนี้ ก็คือสิ่งเติมเต็มจินตนาการและความรู้ที่คุณกำลังตามหาอยู่ เพราะมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องของสิ่งของที่หล่นหาย แต่เล่าถึงชีวิต ลมหายใจ ความทะเยอทะยาน และวาระสุดท้ายของมนุษย์ที่ถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลาจริงๆ

    นี่คือหนังสือสารคดีที่จะเปลี่ยนวิธีมองโลกและความหนาวเย็นของคุณไปตลอดกาล ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังละลายและคายอดีตออกมาไม่เว้นแต่ละวัน การมีหนังสือเล่มนี้อยู่ในมือ จะทำให้คุณอ่านข่าวการค้นพบทางโบราณคดีครั้งใหม่ๆ ได้สนุกและเข้าใจลึกซึ้งกว่าใคร

    เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบอ่านเรื่องราวแนวลึกลับ ประวัติศาสตร์ ผสมผสานกับการสืบสวนทางวิทยาศาสตร์ที่อ่านแล้วสนุกจนวางไม่ลง ต้องรีบหาซื้อมาประดับชั้นหนังสือเลย


    ข้อมูล หนังสือสารคดี Frozen in Time : The Fate of the Franklin Expedition
    รายละเอียดสเปกสินค้า ข้อมูลทางเทคนิค
    ชื่อหนังสือ (ภาษาอังกฤษ) Frozen in Time: The Fate of the Franklin Expedition
    ชื่อหนังสือ (ภาษาไทยโดยประมาณ) ถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา: ชะตากรรมของคณะสำรวจแฟรงกลิน
    ผู้เขียน (Authors) Owen Beattie และ John Geiger
    ผู้เขียนคำนำ (Introduction) Margaret Atwood
    ประเภทหนังสือ (Genre) หนังสือสารคดีเชิงวิทยาศาสตร์, โบราณคดี, นิติวิทยาศาสตร์, ประวัติศาสตร์การสำรวจ
    หัวข้อหลัก (Core Topics) โบราณคดีแห่งความเยือกแข็ง (Frozen Archaeology), การชันสูตรศพลูกเรือ, พิษตะกั่วในอดีต, สภาพภูมิอากาศขั้วโลก
    สถานที่ดำเนินเรื่องหลัก เกาะบีชี (Beechey Island), หมู่เกาะอาร์กติกประเทศแคนาดา
    ความยาว/จำนวนหน้า (Print length) 300 หน้า
    ภาษา (Language) ภาษาอังกฤษ (English)
    สำนักพิมพ์ (Publisher) Greystone Books (ฉบับปรับปรุงใหม่พร้อมบทส่งท้ายปี 2017) / Western Producer Prairie Books (ฉบับดั้งเดิมปี 1987)
    วันที่เผยแพร่ฉบับล่าสุด (Publication date) 13 มิถุนายน 2017 (June 13, 2017)
    เนื้อหาพิเศษเพิ่มเติม (Special Features) มีบทส่งท้าย (Afterword) อัปเดตข้อมูลการค้นพบซากเรือหลวง HMS Erebus และ HMS Terror ในปี 2014
    รางวัลและสถานะการันตี หนังสือขายดีระดับสากล (International Bestseller)

      Translate