ตื่นมาคัดจมูกทุกเช้าในคอนโดจนท้อ
ช่วงนี้พอเข้าหน้าฝนปุ๊บ ชีวิตในคอนโดก็เปลี่ยนไปทันที ไม่ใช่โรแมนติกนะ แต่เป็นอาการ “ตื่นมาคัดจมูก ฟุดฟิด น้ำมูกไหลทุกเช้า” ทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัด
ข้อมูล เครื่องลดความชื้นอัจฉริยะทรงพลัง Xiaomi Smart Dehumidifier 22L
ข้อมูล เครื่องลดความชื้นอัจฉริยะทรงพลัง Xiaomi Smart Dehumidifier 22L
ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเพราะแอร์เย็นหรือเปล่า เลยลองปรับอุณหภูมิก็แล้ว ห่มผ้าหนาๆ ก็แล้ว แต่ตื่นมาก็ยังจมูกตันเหมือนเดิม แถมบางวันแอบได้กลิ่นอับจางๆ ในห้อง นอนก็ไม่เต็มอิ่ม ตื่นมาเพลียสุดๆ
จนกระทั่งลองไปหาข้อมูล (และปรึกษาเพื่อนสายภูมิแพ้) ถึงได้บางอ้อ... ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความเย็นครับ แต่มันคือ "ความชื้น"
ห้องคอนโดส่วนใหญ่เป็นระบบปิด ยิ่งหน้าฝนเราไม่ค่อยได้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ความชื้นสะสมจากข้างนอกบวกกับผ้าที่ตากไว้ตรงระเบียง (ที่แทบไม่แห้ง)
มันเลยกลายเป็นห้องอบความชื้นชั้นดี ซึ่งความชื้นสัมพัทธ์ที่สูงเกินไปนี่แหละคือ สวรรค์ของไรฝุ่นและเชื้อรา ตัวการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจชั้นยอดที่ทำให้เราตื่นมาคัดจมูกทุกเช้า
สรุปสั้นๆ ห้องชื้น = ไรฝุ่นโตไว = จมูกพังตอนตื่นนอน
ในเมื่อแก้สภาพอากาศข้างนอกไม่ได้ เราต้องคุมสภาพอากาศข้างในห้องเอง ตอนนี้เลยกำลังมองหา "เครื่องดูดความชื้น (Dehumidifier)" ดีๆ สักเครื่องมาไว้ในห้องนอน โดยมีโจทย์ในใจประมาณนี้
ขนาดกะทัดรัด ไม่กินพื้นที่ พื้นที่คอนโดมีจำกัด อยากได้ดีไซน์มินิมอล วางแล้วเข้ากับห้อง เสียงเงียบ สำคัญมาก เพราะต้องเปิดตอนนอน ไม่อยากได้ยินเสียงเครื่องครางกระหึ่มทั้งคืน
มีโหมด Auto / ตั้งเวลาได้ อยากให้มันตัดไฟเองเวลาถังน้ำเต็ม หรือคุมความชื้นให้อยู่ในระดับที่หายใจสบาย (ประมาณ 50-60%)
บอกลาบ้านชื้น กลิ่นอับ และเหนียวตัว โดย Xiaomi Smart Dehumidifier 22L เครื่องลดความชื้นอัจฉริยะที่จะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นอีกหลายเท่า
ช่วงหน้าฝนทีไร ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเหนียวตัวแปลกๆ หายใจไม่ค่อยสบาย คัดจมูก แถมบางทีเดินไปมุมห้องนอนหรือเปิดตู้เสื้อผ้าออกมา ก็ต้องเจอกับกลิ่นอับชวนปวดหัว ยิ่งถ้าบ้านใครมีเสื้อผ้าตัวโปรด กระเป๋าแบรนด์เนม หรือแม้แต่หนังสือสะสมสุดรัก ปัญหาความชื้นส่วนเกินในอากาศนี่แหละที่เป็นตัวร้ายเงียบๆ ที่คอยทำลายข้าวของและสุขภาพของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว
แต่มีเครื่องมือดีๆ ชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้ใช้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ นั่นก็คือ Xiaomi Smart Dehumidifier 22L เครื่องดูดความชื้นอัจฉริยะที่มีถังน้ำขนาดใหญ่ 4.5 ลิตร ซึ่งกำลังเป็นกระแสมากๆ สำหรับคนรักบ้าน
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์ Xiaomi ในฐานะเจ้าพ่อแกดเจ็ตและเครื่องฟอกอากาศ แต่ไลน์สินค้าเครื่องดูดความชื้นของเขาก็ทำออกมาได้ดีงาม เหมาะกับชีวิตคนเมืองสุดๆ
ความชื้นในบ้าน เรื่องใกล้ตัวที่ห้ามมองข้าม
ก่อนจะไปดูตัวเครื่อง เรามาทำความเข้าใจกันสั้นๆ ก่อนว่า ทำไมบ้านเราถึงชื้น และมันส่งผลเสียยังไง?
ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนชื้นอยู่แล้ว ยิ่งวันไหนฝนตก หรือบ้านใครที่เปิดแอร์สลับไปมา ห้องน้ำอยู่ในตัวห้องนอน หรือไม่มีหน้าต่างระบายอากาศที่ดี ความชื้นในอากาศจะพุ่งสูงเกินมาตรฐาน โดยทั่วไปค่าความชื้นที่เหมาะสมและสบายตัวที่สุดสำหรับเราจะอยู่ที่ประมาณ 50% - 60% RH
ถ้าความชื้นสูงเกินไป สิ่งที่จะตามมาก็คือ
เชื้อราและไรฝุ่น: ศัตรูตัวฉกาจของคนเป็นภูมิแพ้ เพราะพวกมันชอบความชื้นมาก
กลิ่นอับ: เสื้อผ้าตากในร่มไม่ยอมแห้ง กลิ่นอับติดทนนาน
ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ: อากาศอ้าว นอนไม่สบายตัว เปิดแอร์ก็ยังรู้สึกไม่เย็นฉ่ำ
ข้าวของเสียหาย: กล้องถ่ายรูป เลนส์ กระเป๋าหนัง หรือหนังสือ เริ่มขึ้นราหรือบวมพอง
นี่คือเหตุผลที่ว่าบางครั้งเครื่องฟอกอากาศอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ เราจึงต้องมีเครื่องดูดความชื้นเข้ามาช่วยปรับสมดุลอากาศในบ้านนั่นเอง
👉 Xiaomi Smart Dehumidifier 22L พลังเหลือๆ สำหรับบ้านและคอนโด
สำหรับรุ่นที่เราจะมาดูรายละเอียดกันคือ Xiaomi Smart Dehumidifier 22L ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นใหญ่ที่ทรงพลังมาก ในซีรีส์นี้เขามีรุ่นเล็กขนาด 13 ลิตรด้วย แต่ถ้าอยากได้แบบทีเดียวจบ ห้องกว้างแค่ไหนก็เอาอยู่ ต้องตัว 22 ลิตรนี่เลย
1. พลังการดูดความชื้น 22 ลิตรต่อวัน
คำว่า 22L หรือ 22 ลิตรต่อวัน ไม่ได้หมายความว่าตัวเครื่องมันจะอมน้ำไว้ได้ 22 ลิตรในคราเดียวนะ แต่มันคือประสิทธิภาพในการควบแน่นและดึงน้ำออกจากอากาศได้สูงสุดถึง 22 ลิตร ภายใน 1 วัน (อ้างอิงที่สภาวะอากาศ 26.7 ℃ และความชื้นสัมพัทธ์ 60% RH)
น้ำ 22 ลิตรเนี่ย เท่ากับน้ำดื่มถังใหญ่ๆ ตามออฟฟิศเลย การที่เครื่องนี้สามารถดึงน้ำปริมาณขนาดนั้นออกจากอากาศในบ้านเราได้ แปลว่ามันทำงานได้รวดเร็วและทรงพลังมาก
เหมาะสำหรับห้องขนาดกลางไปจนถึงห้องขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องนั่งเล่นกว้างๆ หรือโฮมออฟฟิศที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เยอะๆ เปิดปุ๊บ อากาศที่เคยเหนียวๆ ชื้นๆ จะกลับมาแห้งสบาย สดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็วทันใจเลย
2. ถังน้ำใหญ่สะใจ 4.5 ลิตร ไม่ต้องเดินเทบ่อย
เมื่อดูดน้ำออกจากอากาศได้เยอะ สิ่งที่จำเป็นมากๆ ก็คือถังเก็บน้ำ เพราะถ้าถังเล็กเกินไป แป๊บๆ น้ำเต็ม เครื่องตัด เราก็ต้องคอยเดินไปเทน้ำทิ้งบ่อยๆ
สำหรับ Xiaomi รุ่น 22L นี้ เขาให้ถังน้ำมาใหญ่ถึง 4.5 ลิตร ทำให้ตัวเครื่องสามารถเปิดทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงเต็มๆ โดยที่เราไม่ต้องพะวงเรื่องน้ำเต็ม นอนหลับยาวๆ ได้ยันเช้า
นอกจากนี้ถ้าอยากจะเปิดทิ้งไว้แบบ 24 ชั่วโมง โดยไม่อยากมานั่งดูถังน้ำ รุ่นนี้เขาก็มีฟังก์ชันท่อระบายน้ำภายนอกมาให้ด้วย
เราสามารถต่อสายยางระบายน้ำออกจากตัวเครื่องปล่อยลงท่อระบายน้ำหรือระเบียงบ้านได้โดยตรง ทีนี้ก็ปล่อยให้เครื่องทำงานต่อเนื่องยาวๆ แบบข้ามวันข้ามคืนได้เลย สะดวกสบายสุดๆ
3. เชื่อมต่อผ่านแอป Mi Home / Xiaomi Home
เครื่องลดความชื้นตัวนี้มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราผ่านแอปพลิเคชัน Mi Home หรือ Xiaomi Home ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ เช่น
เช็กค่าความชื้นได้แบบ Real-time
อยู่ที่ทำงานก็เปิดแอปดูได้ว่าตอนนี้ห้องที่บ้านชื้นกี่เปอร์เซ็นต์
สั่งการระยะไกล
วันไหนฝนตกหนักๆ กลัวห้องชื้น เสื้อผ้าชื้น ก็กดเปิดเครื่องจากที่ทำงานล่วงหน้าไว้ได้เลย พอกลับถึงบ้านปุ๊บ อากาศในห้องก็แห้งสบายพร้อมอยู่ทันที
ตั้งเวลาทำงาน
สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิด อัตโนมัติ หรือสร้างระบบร่วมกับอุปกรณ์ Smart Home อื่นๆ ของ Xiaomi ได้ เช่น ถ้าเครื่องวัดอุณหภูมิในห้องบอกว่าความชื้นเกิน 65% ให้เครื่องดูดความชื้นเปิดทำงานเองทันที
นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีระบบเฝ้าติดตามความชื้นและปรับความชื้นอัตโนมัติ (Smart Mode) โดยระบบจะคำนวณและรักษาความชื้นในห้องให้อยู่ในระดับที่เรารู้สึกสบายที่สุด โดยที่เราไม่ต้องไปกดปรับอะไรให้วุ่นวายเลย
4. โหมดการทำงานที่หลากหลาย
นอกจากโหมดอัจฉริยะที่ปรับความชื้นตามสภาพแวดล้อมแล้ว Xiaomi 22L เครื่องนี้ยังมีโหมดการทำงานที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตได้ดีอีก 2 โหมด
โหมดแห้ง / อบผ้า (Dry Mode)
ใครที่อยู่คอนโด หรือบ้านไม่มีพื้นที่ตากแดด แล้วต้องเผชิญวิบากกรรมตากผ้าหน้าฝน ผ้าไม่ยอมแห้ง กลิ่นอับโชย โหมดนี้ช่วยได้เยอะมาก แค่เอาเครื่องนี้ไปตั้งไว้ในห้องที่ตากผ้า
ลมที่ปล่อยออกมาบวกกับพลังการดูดความชื้นรอบทิศทาง จะช่วยดึงน้ำออกจากเสื้อผ้า ทำให้ผ้าแห้งไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมช่วยลดกลิ่นอับชื้นในเนื้อผ้าได้ดีมากๆ บอกลาปัญหากลิ่นอับติดเสื้อผ้าไปได้เลย
โหมดนอนหลับ (Sleep Mode)
สำหรับการเปิดใช้งานในห้องนอนตอนกลางคืน โหมดนี้จะหรี่ไฟหน้าจอลง และปรับการทำงานของมอเตอร์ให้เบาที่สุด เพื่อไม่ให้เสียงรบกวนการนอนหลับ
5. เสียงเงียบ ไม่กวนใจ ด้วยระบบลดเสียงรบกวน 5 ชั้น
หลายคนอาจจะกังวลว่า เครื่องดูดความชื้นตัวใหญ่ พลังดูดตั้ง 22 ลิตรต่อวัน เสียงเครื่องคอมเพรสเซอร์และการพ่นลมจะดังจนนอนไม่หลับหรือเปล่า? ทาง Xiaomi เขาออกแบบระบบลดเสียงรบกวนถึง 5 ชั้นมาในตัวเครื่อง
ทำให้ในโหมดที่ทำงานเงียบที่สุด เสียงจะเบาลงไปอยู่ที่ 35.5 เดซิเบล (dB) เท่านั้น และต่อให้เร่งพลังงานสูงสุด เสียงก็จะไม่เกิน 41 เดซิเบล ซึ่งจะดังประมาณเสียงกระซิบเบาๆ หรือเสียงพลิกหน้าหนังสือเท่านั้นเอง
ยิ่งถ้าเราเปิดแอร์ในห้องนอนอยู่แล้ว เสียงแอร์ยังจะดังกว่าเสียงเครื่องนี้ซะอีก เพราะฉะนั้นตั้งไว้ข้างเตียงนอนได้สบายๆ ไม่รบกวนเวลาพักผ่อนแน่นอน
6. ดีไซน์สวยงาม มินิมอล เข้ากับบ้าน
เรื่องงานดีไซน์ต้องยอมรับว่าทำออกมาได้คลีนและมินิมอลจริงๆ ตัวเครื่องมาในทรงกระบอกแนวตั้ง สีขาวสะอาดตา ขนาดกะทัดรัดประมาณ 300 x 660 มม. ดีไซน์แบบนี้ทำให้เข้ากับห้องได้ทุกสไตล์ ไม่ว่าบ้านคุณจะเป็นแนวสแกนดิเนเวียน มูจิ หรือโมเดิร์น
วางตรงมุมไหนของห้องก็ดูดี ไม่เกะกะสายตา แถมยังมีล้อลากและด้ามจับที่ซ่อนอย่างเนียนตา ช่วยให้เราเคลื่อนย้ายเครื่องน้ำหนัก 12.5 กิโลกรัมตัวนี้ไปใช้งานตามห้องต่างๆ ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรงยกให้ปวดหลังเลย
👉 ข้อมูลทางเทคนิคสำหรับสายเช็กสเปก
ขนาดผลิตภัณฑ์: 300 x 660 มม.
น้ำหนักสุทธิ: 12.5 กก.
แหล่งจ่ายไฟ: 220-240 โวลต์, 50Hz (ใช้กับไฟบ้านเราได้ทันที)
พิกัดกำลังไฟอินพุตสูงสุด: 380 วัตต์
กำลังไฟพิกัดปกติ: แปรผันตามสภาพความชื้น โดยอยู่ที่ 255 วัตต์ (เมื่ออากาศ 27℃/60%RH) และขึ้นไปที่ 290 วัตต์ (เมื่ออากาศ 30℃/80%RH) ถือว่าประหยัดไฟเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้
ปริมาตรลม (Air Volume): 185 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
สารทำความเย็น: ใช้ระบบน้ำยา R134a ปริมาณ 0.18 กก. ปลอดภัย และทำความเย็นควบแน่นได้เสถียร
ช่วงอุณหภูมิในการทำงาน: 5°C ไปจนถึง 32°C ครอบคลุมทั้งห้องแอร์และห้องอุณหภูมิปกติในไทย
ความน่าสนใจของเครื่องนี้
ถ้าคุณกำลังคิดว่าควรมีเครื่องนี้ไว้ติดบ้านดีไหม ลองดูหัวข้อเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจ
เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
อากาศที่แห้งและสมดุลในระดับ 50-60% จะช่วยลดการเจริญเติบโตของไรฝุ่นและเชื้อราได้อย่างชะงัด ใครที่เป็นภูมิแพ้ คัดจมูกตอนเช้าบ่อยๆ จะช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้น หายใจโล่ง สบายตัว ไม่เหนียวตัวตอนนอน
เซฟข้าวของมีค่าในบ้าน
เสื้อผ้าในตู้ กระเป๋าแบรนด์เนม เฟอร์นิเจอร์ไม้ หนังสือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง จะปลอดภัยจากคราบราและกลิ่นอับชื้น เป็นการลงทุนเพื่อปกป้องของรักที่คุ้มค่ามาก
หมดปัญหาผ้าไม่แห้ง ไร้กลิ่นอับ
โหมดอบผ้าดีงามสำหรับคนอยู่คอนโด ตากผ้าเสร็จเปิดเครื่องทิ้งไว้ ผ้าแห้งไว ไม่มีกลิ่นอับชื้นกวนใจ
ความสะดวกสบายสไตล์สมาร์ทโฮม
ควบคุมผ่านมือถือได้หมด นั่งอยู่ไหนก็สั่งงานได้ ถังน้ำใหญ่เปิดได้ยาวๆ มีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม ปลอดภัย หายห่วง
ความอุ่นใจในการใช้งาน
สินค้ามาพร้อมกับการรับประกันศูนย์ไทยนานถึง 1 ปี (12 เดือน) โดยเป็นประกันจากผู้ผลิตโดยตรง มีบริการหลังการขายที่สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ตลอดเวลา ทำให้ใช้งานได้อย่างสบายใจไร้กังวล
การมีอากาศที่สะอาดและแห้งสบายอยู่ในบ้าน เป็นเรื่องของคุุณภาพชีวิตและสุขภาพของทุกคนในครอบครัว หากต้องการตัวช่วยจัดการความชื้นที่ทรงพลัง ดีไซน์สวย ฉลาด และทำงานเงียบ Xiaomi Smart Dehumidifier 22L เครื่องนี้ช่วยดูแลบ้านของคุณให้หมดห่วงเรื่องความชื้นได้แน่นอน
Xiaomi Smart Dehumidifier 22L เครื่องดูดความชื้นอัจฉริยะ ฟังก์ชันครบครัน จบปัญหาบ้านชื้นและผ้าอับ
ตัวช่วยจัดการปัญหาบ้านชื้นและกลิ่นอับได้อย่างมืออาชีพด้วยพลังดูดน้ำสูงถึง 22 ลิตรต่อวัน พร้อมถังน้ำขนาดใหญ่ 4.5 ลิตร
สะดวกรวดเร็วด้วยโหมดอบผ้าแห้งไวในร่ม ทำงานเงียบไม่รบกวนการนอน และควบคุมสั่งงานได้ง่ายๆ ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอป Mi Home บนสมาร์ทโฟนของคุณ
เครื่องลดความชื้นอัจฉริยะ Xiaomi Smart Dehumidifier 22L ปกป้องคนที่คุณรักจากเชื้อราและไรฝุ่นตัวร้าย
ด้วยระบบควบคุมความชื้นอัตโนมัติที่แม่นยำและเสถียร
ลงตัวกับบ้านยุคใหม่ด้วยดีไซน์มินิมอลสุดคลีน รองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อเช็กค่าอากาศแบบ Real-time พร้อมการรับประกันศูนย์ไทยยาวนาน 1 ปีเต็ม
| หัวข้อจำเพาะ (Features) | รายละเอียดข้อมูล (Specifications) |
|---|---|
| ชื่อผลิตภัณฑ์ | Xiaomi Smart Dehumidifier 22L |
| อัตราการกำจัดความชื้น (ประสิทธิภาพการดูดความชื้น) | 22 ลิตร/วัน (ที่สภาวะ 26.7℃ / ความชื้นสัมพัทธ์ 60% RH) |
| ความจุถังเก็บน้ำ | 4.5 ลิตร |
| ระยะเวลาการทำงานต่อเนื่อง (เมื่อถังน้ำเต็มสภาวะปกติ) | 8 ชั่วโมง |
| ระบบระบายน้ำ | รองรับท่อระบายน้ำภายนอก สำหรับการลดความชื้นต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่าย |
| ปริมาตรของลม (Air Volume) | 185 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง (ลบ.ม./ชม.) |
| ระดับเสียงการทำงาน | ต่ำสุด 35.5 เดซิเบล และสูงสุดไม่เกิน 41 เดซิเบล |
| ระบบลดเสียงรบกวน | ดีไซน์ลดเสียงรบกวน 5 ชั้น (5-fold noise reduction design) |
| โหมดการทำงานอเนกประสงค์ | โหมดอัจฉริยะ (Smart) | โหมดแห้ง/อบผ้า (Dry) | โหมดนอนหลับ (Sleep) |
| การเชื่อมต่ออัจฉริยะ | รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมผ่านแอป Mi Home / Xiaomi Home |
| ขนาดผลิตภัณฑ์ | 300 x 660 มิลลิเมตร (มม.) |
| น้ำหนักสุทธิของผลิตภัณฑ์ | 12.5 กิโลกรัม (กก.) |
| แหล่งจ่ายไฟ | 220-240 โวลต์, 50 เฮิรตซ์ (Hz) |
| พิกัดกำลังไฟอินพุตสูงสุด | 380 วัตต์ |
| กำลังไฟพิกัดตามสภาวะอากาศ | 255 วัตต์ (ที่ 27℃/60%RH) | 290 วัตต์ (ที่ 30℃/80%RH) |
| กำลังไฟพิกัด (กระแสไฟฟ้า) | 0.9 แอมป์ |
| ข้อมูลจำเพาะของสารทำความเย็น | R134a / ปริมาณ 0.18 กิโลกรัม (กก.) |
| ช่วงอุณหภูมิในการทำงาน | 5 องศาเซลเซียส (°C) ถึง 32 องศาเซลเซียส (°C) |
| การรับประกันและบริการ | สินค้าของแท้ 100% รับประกันศูนย์ไทย 1 ปี (12 เดือน) จากผู้ผลิต พร้อมบริการหลังการขายทางแชทร้านค้า |
