พวงกุญแจสัญญาณเตือนภัย พกไว้กันภัยจากแอปหาคู่ลวงรัก ที่ทำแม่ม่ายสูญ 3 แสน


พวงกุญแจสัญญาณเตือนภัย อาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยตัดวงจรฝันร้าย ในเวลาที่ “ความเหงา” ทำหน้าที่บังตาจนเราเผลอก้าวขาเข้าสู่นรกโดยไม่รู้ตัว... เหมือนเช่นเรื่องราวของ “พี่บี” (นามสมมุติ) คุณแม่ม่ายวัย 47 ปี กับอุทาหรณ์ราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

จากคนที่แค่ต้องการรักแท้มาดามใจผ่านแอปหาคู่ กลับต้องมาเจอไอ้โจรหน้าเนื้อใจเสือปอกลอกเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปกว่า 300,000 บาท

แถมยังถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจในแบบที่ไม่มีวันลืม มาถอดบทเรียนความเจ็บปวดครั้งนี้ เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นเกราะป้องกันตัวเองด้วยอุปกรณ์เซฟตี้ที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีกต่อไป


  • ข้อมูล พวงกุญแจบอดี้การ์ดพกพา SOS Ezprezz


  • ปัดขวาพาซวย... บทเรียนราคา 3 แสนของแม่ม่ายสายเหงา และสิ่งที่เราต้องมีเพื่อเอาชีวิตรอด

    เคยคิดไหมว่า “ความเหงา” มันน่ากลัวขนาดไหน? บางทีมันทำให้เรามองข้ามสัญญาณอันตรายตรงหน้าไปจนหมดสิ้น

    เหมือนเรื่องราวของ “พี่บี” (นามสมมุติ) คุณแม่ม่ายวัย 47 ปีจากอุดรธานี ที่เพิ่งผ่านชีวิตรักพังๆ มา หัวใจมันเลยแห้งเหี่ยว พอเปิดแอปหาคู่เจอผู้ชายโปรไฟล์ดี ทรงภูมิฐานเหมือนข้าราชการ ขับรถป้ายแดง ยี่ห้อ MG ชื่อ “นายเอ” (นามสมมุติ) พี่บีก็คิดว่าฟ้าส่งรักแท้มาดามใจ เลยนัดเจอกันในวันสงกรานต์

    แต่ใครจะคิดว่า... นั่นคือการก้าวขาเข้าสู่นรกตั้งแต่วันแรก

    เจอกันวันแรก... โดนทั้งปล้น โดนทั้งขืนใจ ความพีคคือ นายเอเริ่มออกลายตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นหน้า โทรมาอ้างแอปธนาคารล่ม ขอยืมค่าน้ำมันก่อน 1,500 บาท พอเจอตัวจริงก็ “ไม่ตรงปกอย่างแรง” แก่กว่าในรูปเยอะมาก (รูปโพรไฟล์แต่งแอปล้วนๆ) แต่พี่บีก็ยังใจดี ยอมขึ้นรถไปด้วยเพราะคิดว่าเขาคงเป็นคนดีที่จะพาไปไหว้พระที่คำชะโนด

    แต่ยังไม่ทันถึงไหน นายเอก็เลี้ยวเข้าร้านอาหารอีสาน พอแอบเห็นเงินในบัญชีพี่บีมีอยู่ประมาณ 4-5 หมื่น สันดานโจรโผล่ทันทีครับ! มันกระชากโทรศัพท์ไป บังคับให้สแกนหน้าโอนเงินออกไป 40,000 บาท เท่านั้นไม่พอ มันหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าบังกะโลริมทาง ลากพี่บีเข้าไปขืนใจจนสำเร็จความใคร่... ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นใน "วันแรกที่เจอหน้ากัน"

    หลังจากนั้นมันยังปอกลอกไม่หยุด อ้างสารพัดเรื่อง หลอกเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายของแม่แก่ๆ และเงินที่ลูกสาวอุตส่าห์ส่งมาให้ จนเงินเกลี้ยงบัญชี แถมยังบังคับให้เอาทองเส้นสุดท้ายไปจำนำ รวมๆ แล้วพี่บีสูญเงินไปกว่า 300,000 บาท

    พอทวงเงิน มันก็ด่าหยาบคาย แถมขู่ว่า “ในรถผมมีปืนนะ วันดีคืนดีมันอาจจะลั่นออกมาเองก็ได้” สุดท้ายพอแจ้งความถึงรู้ว่า นายเอคือมิจฉาชีพตัวพ่อที่มีหมายจับติดตัว

    ถ้าย้อนเวลากลับไปได้... สิ่งนี้อาจเปลี่ยนชีวิตพี่บี

    ในวินาทีที่อยู่บนรถกับไอ้โจรหน้ามืดคนนี้ ในร้านอาหาร หรือหน้าบังกะโลเปลี่ยวๆ ตอนที่มันเริ่มใช้กำลังกระชากโทรศัพท์ หรือพยายามฉุดลาก... ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะไปสู้แรงผู้ชายได้ยังไง จะตะโกนให้คนช่วย เสียงก็อาจจะส่งไปไม่ถึง หรือไม่มีใครกล้าเข้ามา

    นี่คือเหตุผลที่ผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะคนที่ชอบเดินทางคนเดียว หรือต้องไปเจอคนแปลกหน้า “ต้องมีพวงกุญแจสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินส่วนบุคคล (Personal Alarm)” ติดตัวไว้

    พวงกุญแจน่ารักๆ ที่ดูเหมือนของแต่งกระเป๋าทั่วไปนี่แหละ แต่ข้างในคือ “ระเบิดเสียง” ขนาดกะทัดรัด แค่เราดึงสลักออกเพียงครั้งเดียว มันจะแผดเสียงร้องไซเรนเตือนภัยที่ดังสนั่นถึง 130 เดซิเบล (ดังพอๆ กับเสียงเครื่องบินเจ็ท หรือคอนเสิร์ตร็อค!) พร้อมไฟกระพริบถี่ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ

    มิจฉาชีพกลัวที่สุดคือ "ความสนใจจากคนรอบข้าง" ในจังหวะที่มันกระชากโทรศัพท์ หรือฉุดเข้าบังกะโล ถ้าพี่บีดึงสลักพวงกุญแจนี้ เสียงหวีดร้องระดับลำโพงแตกจะดังทะลุกำแพง ทะลุกระจกรถ ออกไปทันที ไอ้โจรมันจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก และต้องรีบหนีแน่นอน

    เวลาคนเราตกใจกลัวสุดขีด สมองจะตื้อ เสียงจะหาย ตะโกนไม่ออกครับ แต่อุปกรณ์ชิ้นนี้แค่ "ดึง" จบเลย เสียงดังต่อเนื่องยาวนานจนกว่าเราจะเสียบสลักกลับคืน

    พกเนียนๆ ไม่ให้โจรไหวตัว หน้าตาเหมือนพวงกุญแจห้อยกระเป๋าธรรมดา โจรไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นเครื่องเตือนภัย สามารถกำไว้ในมือเตรียมพร้อมได้ตลอดเวลา

    พกไว้... ก่อนที่ความเหงาจะพาไปเจออันตราย

    เรื่องของพี่บีเป็นอุทาหรณ์ที่เจ็บปวดมาก เสียทั้งเงิน เสียทั้งตัว แถมต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง แอปหาคู่ไม่ใช่สิ่งผิดครับ ความเหงาก็ไม่ใช่เรื่องแย่ แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่าคนหลังหน้าจอนั้นเป็นใคร "หน้าเนื้อใจเสือ" มีอยู่จริง

    อย่าปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้ทางสู้เลย เงินแค่หลักร้อยต้นๆ ซื้อ พวงกุญแจสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน มาห้อยกระเป๋าไว้เถอะ ถือเป็นยันต์กันภัยชิ้นสำคัญ อย่างน้อยในนาทีวิกฤต เสียงของมันจะช่วยปกป้องชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคุณได้อย่างแน่นอน

    ปลอดภัยไว้ก่อน... เพราะเราไม่ได้โชคดีแบบนี้ทุกวัน

    พวงกุญแจบอดี้การ์ดพกพา SOS Ezprezz
    พวงกุญแจเตือนภัย SOS ชิ้นเล็กพกง่าย ที่ช่วยให้รอดพ้นจากนาทีชีวิต
    เคยมีความรู้สึกเสียวสันหลังวูบตอนเดินเข้าซอยเปลี่ยวคนเดียวตอนดึกๆ ไหม หรือบางทีต้องไปจอดรถในชั้นใต้ดินห้างที่ไฟมืดๆ แล้วระแวงว่ามีใครเดินตาม รวมถึงความห่วงใยเวลาปล่อยให้ลูกหลานเดินไปโรงเรียน หรือตอนที่ผู้สูงอายุต้องอยู่บ้านลำพัง

    ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา ยิ่งในยุคนี้ที่ภัยอันตรายมาได้รอบรูปแบบ การควักมือถือขึ้นมาปลดล็อกเพื่อโทรหาใครสักคนอาจจะช้าเกินไป

    มารู้จักกับอุปกรณ์เซฟตี้ขนาดพกพาของแบรนด์ Ezprezz สิ่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นอาวุธสำหรับไปต่อสู้กับใคร แต่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันตัวที่ช่วยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือในยามคับขัน ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 35 กรัม แต่แฝงไปด้วยฟังก์ชันที่ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์เลวร้ายให้กลายเป็นความปลอดภัยได้ทันเวลา

    👉 เสียงไซเรน 130 เดซิเบล พลังสะกดคนร้ายใน 3 วินาที

    เวลาที่ตกใจสุดขีด ร่างกายของคนเรามักจะเกิดอาการ "ร้องไม่ออก" ลำคอแห้งผากจนส่งเสียงได้ไม่ดังพอ ยิ่งถ้าถูกจู่โจมในระยะประชิด การพยายามตะโกนอาจทำให้เสียพลังงานและเปิดโอกาสให้คนร้ายเข้ามาปิดปากได้ง่ายขึ้น

    หัวใจสำคัญของพวงกุญแจตัวนี้คือ ระบบส่งสัญญาณเสียงไซเรนที่ดังสูงถึง 130 เดซิเบล ซึ่งความดังระดับนี้เทียบเท่ากับลำโพงในผับดังๆ หรือเสียงเครื่องยนต์เครื่องบินเจ็ทตอนกำลังจะเทคออฟเลย มันไม่ใช่เสียงหวีดแหลมธรรมดา แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระแทกหูจนทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ หูอื้อ ตกใจ และเสียสมาธิได้ทันที

    ในทางจิตวิทยาการป้องกันตัว เสียงที่ดังขนาดนี้ส่งผลดีสองด้านหลักๆ คือ

    สลัดความมั่นใจของคนร้าย
    มิจฉาชีพกลัวการเป็นจุดสนใจ เมื่อมีเสียงไซเรนแผดร้องขึ้นมา ความมั่นใจจะหดหายลงทันที สัญชาตญาณแรกของพวกมันมักจะเปลี่ยนเป็นการวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดแทน

    ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือระยะไกล
    เสียงนี้สามารถทะลุกำแพง กระจกรถ หรือดังยาวไปถึงปากซอย ช่วยให้คนที่อยู่ระแวกนั้นรับรู้ถึงความผิดปกติและเข้ามาช่วยเหลือได้ทันเวลา



    👉 ระบบ Double-Trigger สั่งการง่ายตามสัญชาตญาณ

    นาทีที่ตื่นตระหนก สมองของคนเราจะสั่งการช้าลง การหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาสแกนนิ้วเพื่อกดโทรออกแทบเป็นไปได้ยาก อุปกรณ์ชิ้นนี้จึงออกแบบระบบเปิดใช้งานมาให้ง่ายที่สุด โดยอิงจากสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ซึ่งเลือกใช้ได้ 2 วิธีตามสถานการณ์

    วิธีแรก: การดึงสลัก (Pull the contact pin)
    เหมาะมากตอนที่โดนล็อกตัวหรือโดนจู่โจมจากข้างหลัง แค่ใช้มือคว้าแล้วออกแรงกระชากตัวพวงกุญแจออกจากสายคล้อง เสียงไซเรนจะแผดร้องต่อเนื่องทันที และเสียงจะไม่หยุดจนกว่าจะนำสลักเสียบกลับเข้าที่เดิม ซึ่งคนร้ายที่กำลังลนลานไม่มีทางเดาออกแน่นอนว่าต้องทำอย่างไรให้เสียงดับ

    วิธีที่สอง: กดปุ่ม SOS เบิ้ลสองครั้ง (Double Press)
    ในกรณีที่เริ่มได้กลิ่นไม่ดี เช่น รู้สึกว่ามีคนเดินตาม หรือบรรยากาศรอบตัวน่ากลัว เราสามารถใช้นิ้วโป้งสแตนด์บายไว้ที่ปุ่ม SOS แล้วกดรัวๆ สองครั้ง ระบบเสียงแจ้งเตือนก็จะทำงานทันทีโดยไม่ต้องออกแรงดึง



    👉 แบตเตอรี่ระบบชาร์จไฟ สแตนด์บายยาวนานข้ามเดือน

    จุดบอดของอุปกรณ์ป้องกันตัวรุ่นเก่าๆ คือพอจะใช้จริงแล้วมักจะเจอสถานการณ์ "ถ่านหมด" เพราะเราไม่ได้กดเล่นบ่อยๆ แต่พวงกุญแจรุ่นนี้แก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนมาใช้ระบบชาร์จไฟผ่านสาย USB

    ชาร์จไวใน 30 นาที
    ใช้เวลาชาร์จสั้นๆ แค่ช่วงนั่งพักดื่มกาแฟแก้วเดียว แบตเตอรี่ก็เต็มพร้อมใช้

    อยู่ได้นาน 3-6 เดือน
    ชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถแขวนทิ้งไว้กับกระเป๋าเป้ กระเป๋าถือ หรือพวงกุญแจบ้านได้ยาวนานหลายเดือนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม

    นอกจากนี้ การชาร์จไฟได้เองยังช่วยให้เราสามารถกดทดสอบเสียงบ่อยๆ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจกับคนในครอบครัวได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยไม่ต้องกลัวสิ้นเปลืองเงินซื้อถ่านก้อนใหม่มาเปลี่ยน

    👉 มีไฟฉาย LED ส่องสว่างและรบกวนสายตา

    ตัวพวงกุญแจมีการติดตั้งไฟส่องสว่าง LED มาให้ในตัว ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าแค่การส่องหาแม่กุญแจตอนไขเข้าบ้านในที่มืด เพราะยามเกิดเหตุฉุกเฉิน ไฟตัวนี้สามารถปรับใช้ได้อีกสองรูปแบบ

    เปิดเป็นไฟกะพริบฉุกเฉิน
    เพื่อบอกตำแหน่งของเราให้คนที่กำลังเข้ามาช่วยเหลือมองเห็นได้ชัดเจนในความมืด

    ใช้รบกวนสายตาคนร้าย
    หากต้องเผชิญหน้ากันในระยะประชิด การเปิดไฟ LED ส่องเข้าตาคนร้ายตรงๆ ในที่มืด จะทำให้ตาพร่ามัวไปชั่วขณะ เปิดโอกาสให้เราวิ่งหนีเอาตัวรอดได้



    👉 หน้าตาน่ารัก กลมกลืน แต่แข็งแรงทนทาน

    ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนเครื่องประดับกระเป๋าทั่วไป เพื่อไม่ให้คนร้ายไหวตัวทัน ตัวเรือนทำจากวัสดุ ABS มีความเหนียวและทนทานต่อแรงกระแทกสูง ทำตกพื้นก็ไม่พังง่ายๆ แถมยังมีคุณสมบัติกันน้ำ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดการลัดวงจรแม้ในวันที่ฝนตกหนัก

    ขนาดของตัวเครื่องกะทัดรัดเพียง 73 x 41 x 21 มิลลิเมตร น้ำหนัก 35 กรัม ซึ่งเบากว่าไข่ไก่หนึ่งฟอง ทำให้พกพาสะดวก จะเกี่ยวไว้กับหูกางเกง ห้อยกระเป๋านักเรียน หรือใส่ในกระเป๋าเสื้อก็ไม่รู้สึกหนัก

    มีโทนสีให้เลือกตามความชอบ ตั้งแต่สีคลาสสิกอย่างสีขาวและสีดำ สีหวานๆ อย่างสีชมพูและสีฟ้า ไปจนถึงลายแพนด้าสุดน่ารัก ซึ่งเหมาะกับเด็กๆ ช่วยให้พวกเขารู้สึกอยากพกติดตัวไปโรงเรียนทุกวันโดยไม่รู้สึกกลัว



    👉 อุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยสำหรับทุกคนในบ้าน

    พวงกุญแจนี้สามารถใช้งานได้กับทุกคนในครอบครัว ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศใดเพศหนึ่ง

    เด็กนักเรียนและผู้หญิง
    ใช้ปกป้องตัวเองจากการคุกคามระหว่างเดินทางกลับบ้านช่วงเย็นหรือตอนเข้าซอยเปลี่ยว

    ผู้สูงอายุ
    หากเกิดอุบัติเหตุล้มในห้องน้ำ หน้ามืด หรือแน่นหน้าอกจนไม่มีแรงตะโกนเรียกใคร แค่กดปุ่มหรือดึงสลักข้างตัว เสียงที่ดังสนั่นจะช่วยเรียกให้คนในบ้านหรือเพื่อนบ้านเข้ามาดูอาการได้ทันเวลา

    สายกิจกรรมกลางแจ้ง
    ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมาราธอนช่วงเช้ามืด คนชอบตั้งแคมป์ หรือปั่นจักรยาน หากเกิดเหตุหลงป่า บาดเจ็บ หรือเจอสัตว์ร้าย สิ่งนี้คือเครื่องมือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือที่ดีมาก



    👉 มั่นใจได้มากกว่าด้วยมาตรฐานสากลและจัดส่งจากไทย

    สำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด พวงกุญแจรุ่นนี้เป็นของแท้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน CE และ FC ของยุโรป มั่นใจได้ว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์และระดับความดังของเสียงได้มาตรฐานสากลและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

    นอกจากนี้ สินค้ายังจัดส่งจากกรุงเทพฯ ทำให้ได้รับของไวทันใช้งาน ไม่ต้องรอนานเหมือนสินค้าพรีออเดอร์ พร้อมมีประกันจากผู้ขายคอยดูแลให้เสร็จสรรพ หากมีปัญหาก็ติดต่อเคลมได้ง่าย



    อุบัติเหตุและเหตุร้ายมักเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว การเตรียมพร้อมด้วยอุปกรณ์เซฟตี้ราคาหลักร้อยเพื่อปกป้องชีวิตของตัวเองและคนที่เรารักให้พวงกุญแจเตือนภัยฉุกเฉิน SOS จาก Ezprezz ชิ้นนี้ ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยอยู่เคียงข้างและดูแลความปลอดภัยให้คุณในทุกๆ วัน

    ข้อมูล พวงกุญแจบอดี้การ์ดพกพา SOS Ezprezz
    คุณสมบัติ / ข้อมูลจำเพาะ รายละเอียดสินค้า
    แบรนด์ (Brand) Ezprezz (เอซเพรซ)
    ประเภทระบบเตือนภัย เครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน SOS สำหรับพกพา
    ระดับความดังของเสียงปลุก 130 เดซิเบล (130dB)
    ประเภทแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ในตัว รองรับการชาร์จไฟผ่าน USB (USB Rechargeable)
    ระยะเวลาในการชาร์จไฟ ประมาณ 30 นาที
    ระยะเวลาสแตนด์บาย (Standby Time) ประมาณ 3 - 6 เดือน
    ฟังก์ชันการใช้งาน ส่งเสียงเตือนภัยฉุกเฉิน และมีไฟฉาย LED สำหรับส่องสว่างยามค่ำคืน
    วิธีเปิดใช้งานระบบเตือนภัย (2 รูปแบบ) 1. ดึงสลัก/เชือกคล้องออก หรือ 2. กดปุ่ม SOS ติดกัน 2 ครั้งอย่างรวดเร็ว
    วัสดุตัวเครื่อง พลาสติก ABS (ทนทานต่อแรงกระแทก) พร้อมคุณสมบัติกันน้ำ
    ขนาดสินค้า (ยาว x กว้าง x สูง) 73 x 41 x 21 มิลลิเมตร
    น้ำหนักสินค้า ประมาณ 35 กรัม
    ตัวเลือกสีสินค้า สีขาว, สีดำ, สีชมพู, สีฟ้า, สีฟ้าอ่อนแพนด้า, สีชมพูอ่อนแพนด้า, ขาวแพนด้า
    มาตรฐานการรับรองสากล ผ่านการทดสอบมาตรฐาน CE และ FCC ของยุโรป (ของแท้)
    เงื่อนไขการรับประกัน รับประกัน 3 เดือน (ประเภทการประกันจากผู้ขาย)
    รูปแบบการจัดส่ง สินค้าพร้อมส่ง จัดส่งรวดเร็วจากกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
    อุปกรณ์ที่บรรจุภายในกล่อง 1. เครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยขนาดพกพา
    2. สายชาร์จ USB

      Translate